Key Takeaway
- ร้านค้าแผงลอยคือร้านค้าขนาดเล็กที่ขายอาหารหรือสินค้าในพื้นที่สาธารณะ เช่น ฟุตพาท ตลาดนัด หรือริมถนน โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เช่าขนาดใหญ่
- ร้านแผงลอยต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และกฎหมายการใช้พื้นที่สาธารณะ รวมถึงต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น
- ปัญหาหลักของร้านค้าแผงลอย คือการใช้พื้นที่สาธารณะไม่เหมาะสม ขยะ เศษอาหาร และการตั้งร้านในจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือรบกวนการสัญจร
- การจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยของกรุงเทพฯ ดำเนินโครงการจัดระเบียบโดยสำรวจพื้นที่และออกใบอนุญาตให้ร้านค้าแผงลอย พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะ
ใครเคยเดินผ่านตลาดนัดหรือฟุตพาท น่าจะเห็นร้านค้าแผงลอยที่เต็มไปด้วยอาหารอร่อยๆ หรือสินค้าหลากหลาย ร้านค้าแผงลอยคือร้านค้าขนาดเล็กที่ขายอาหารหรือสินค้า ใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น ฟุตพาท ตลาดนัด หรือริมถนน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว
แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า ร้านค้าแผงลอยต้องเสียภาษีไหม? ในปัจจุบันที่มีการจัดระเบียบแผงลอยในกรุงเทพฯ สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง? วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับร้านค้าแผงลอย และดูการจัดระเบียบที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในเมืองหลวงกัน!

รู้จักร้านค้าแผงลอย คืออะไร?
ร้านค้าแผงลอย คือร้านค้าขนาดเล็กที่ขายอาหารหรือสินค้า ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ฟุตพาท ตลาดนัด หรือริมถนน ในกรุงเทพฯ ร้านแผงลอยถือเป็นวิถีชีวิตของคนเมืองเลยก็ว่าได้ ทั้งสะดวกแวะซื้อของหรือทานอาหารระหว่างทาง และยังเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญให้เหล่าพ่อค้า – แม่ค้า
ร้านค้าแผงลอยมีลักษณะเป็นแผงหรือตู้เล็กๆ ที่ตั้งขายอยู่บนทางเท้า โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เช่าขนาดใหญ่ ทำให้ทั้งคนขายและลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายในเมืองที่อะไรๆ ก็รวดเร็วไปหมด

ร้านค้าแผงลอยต้องเสียภาษีไหม?
แล้วหาบเร่แผงลอยเสียภาษีหรือไม่? ร้านค้าแผงลอยต้องเสียภาษี แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่เจ้าของร้านยังต้องเสียภาษีตามกฎหมาย โดยปกติต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีที่เกี่ยวกับการขายสินค้าหรือบริการต่างๆ หากรายได้ของร้านสูงถึงเกณฑ์ที่กำหนด เช่น การขายสินค้าที่มีมูลค่ารวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เจ้าของร้านก็จะต้องเสียภาษี VAT เพิ่มด้วย
นอกจากนี้ยังต้องยื่นภาษีสรรพากรตามกำหนดด้วย แม้ว่าแผงลอยจะใช้พื้นที่สาธารณะ แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ร้านค้าแผงลอย กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- กฎหมายภาษีธุรกิจเฉพาะ เจ้าของร้านแผงลอยที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากรายได้รวมของร้านค้าแผงลอยเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เจ้าของร้านต้องจดทะเบียน VAT และยื่นภาษีทุกเดือน
- กฎหมายการใช้พื้นที่สาธารณะ การตั้งร้านแผงลอยต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือกรุงเทพฯ หากไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกปรับหรือรื้อถอน
- กฎหมายการจัดระเบียบการค้า กฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยในเขตพื้นที่ต่างๆ เช่น การจำกัดตั้งแผงลอยในบางพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของสาธารณะ
- กฎหมายแรงงาน หากมีลูกจ้าง ร้านแผงลอยต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เช่น การจ่ายเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ตามกำหนด

ปัญหาที่เกิดจากร้านค้าแผงลอย
- การใช้พื้นที่สาธารณะไม่เหมาะสม ร้านแผงลอยบางแห่งใช้พื้นที่ฟุตพาทหรือถนนทางเท้าไม่เหมาะสม ทำให้เบียดเสียดและปิดกั้นทางเดินสำหรับคนอื่น
- ปัญหาด้านความสะอาด ขยะจากร้านค้าแผงลอยที่ไม่ได้จัดการเหมาะสม อาจสร้างปัญหาเรื่องความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร เศษขยะ ที่ทำให้ท่ออุดตัน เหม็นเน่า
- การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ร้านแผงลอยบางร้านไม่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือไม่ได้ยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- มลพิษจากการควันหรือเสียง ร้านที่ขายอาหารประเภทปิ้งย่างหรือทอดอาจมีควันและกลิ่นรบกวนพื้นที่โดยรอบ รวมถึงมลภาวะทางเสียงจากการรวมตัวกัน
- ปัญหาด้านความปลอดภัย การตั้งร้านในพื้นที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีกฎระเบียบชัดเจนอาจเกิดอุบัติเหตุ เช่น เกิดไฟไหม้จากการใช้แก๊สหรือไฟจากเตาปิ้งย่าง
- การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ร้านแผงลอยอาจมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าร้านค้าปกติ ส่งผลให้ขายราคาต่ำกว่าร้านที่เสียภาษีหรือปฏิบัติตามกฎระเบียบอื่นๆ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

การจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยของกรุงเทพฯ
การจัดระเบียบร้านค้าแผงลอยในกรุงเทพฯ มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้การตั้งร้านค้าในพื้นที่สาธารณะถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในเมือง และช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนที่ใช้พื้นที่สาธารณะ รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งร้านในจุดที่ไม่เหมาะสม เช่น การขัดขวางทางเดินและปัญหาความสะอาด
ขั้นตอนการดำเนินงานของกรุงเทพฯ
- ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ค้าขายสินค้าบนถนนหรือสถานที่สาธารณะ
- ทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมของพื้นที่ค้าขายทุก 1 – 2 ปี พิจารณาจากสภาพพื้นที่และผลกระทบต่อการสัญจร
- กำหนดพื้นที่ห้ามจัดร้านค้าแผงลอย เช่น ป้ายรถเมล์ ทางขึ้น – ลงสะพานลอย ทางม้าลาย เป็นต้น
- จัดให้มีการลงทะเบียนเจ้าของร้านที่ประสงค์จะขายในพื้นที่ที่กำหนด
- จัดตั้งคณะกรรมการระดับสำนักงานเขต สำนักเทศกิจ และผู้ตรวจราชการกรุงเทพฯ เพื่อประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และเจ้าของร้าน
- ดำเนินการตรวจประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และเจ้าของแผงลอย 3 ครั้งต่อปี
- ยกเลิกจุดผ่อนผันที่ไม่เหมาะสม และผลักดันจุดที่เหมาะสมให้เป็นพื้นที่ผ่อนผันตามกฎหมาย
- ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับกลุ่มเจ้าของร้านต่อเนื่อง
ปัจจุบัน กรุงเทพฯ ยังคงดำเนินการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยอย่างต่อเนื่อง มีการทบทวนและประเมินพื้นที่ทำการค้าทุก 1 – 2 ปี รวมถึงยกเลิกจุดค้าขายบนทางเท้าที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมให้พ่อค้า – แม่ค้าไปใช้พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ โครงการนี้ได้ดำเนินการทดลองใน 10 เขตแล้ว และมีการลดจำนวนจุดร้านค้าแผงลอยบนทางเท้าได้เรื่อยๆ
สรุป
ร้านค้าแผงลอยในกรุงเทพฯ พบปัญหาหลายด้าน เช่น การใช้พื้นที่สาธารณะไม่เหมาะสม ขยะหมักหมมสะสม และการตั้งแผงลอยในจุดที่อาจเกิดอันตรายหรือขัดขวางทางเดิน การตั้งร้านโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายยังส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม กรุงเทพฯ จึงต้องเร่งจัดระเบียบเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มความปลอดภัย และให้ร้านค้าแผงลอยดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งทำให้พื้นที่สาธารณะกลับมาสะอาดและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ร้านค้าแผงลอยจดทะเบียนพาณิชย์ได้ไหม?
โดยหลักแล้ว หาบเร่ – แผงลอยถือเป็นกิจการที่กฎหมายทะเบียนพาณิชย์ยกเว้น ไม่บังคับให้จดทะเบียนพาณิชย์ หากเป็นการขายเร่ เคลื่อนที่ ไม่มีหน้าร้านถาวร อย่างไรก็ตาม หากมีการตั้งหลักแหล่งถาวรชัดเจน เช่น ตั้งหน้าอาคารประจำทุกวัน อาจเข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ในฐานะร้านค้าถาวรแทน
หาบเร่แผงลอย ต้องขออนุญาตไหม?
หาบเร่แผงลอยที่ค้าขายบนทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะ ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ก่อนเสมอ ไม่สามารถตั้งขายเองได้ตามใจ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ จะต้องลงทะเบียนเป็นคนค้าขายในจุดที่กรุงเทพฯ อนุญาตหรือจุดผ่อนผัน และปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น รายได้ไม่เกินเกณฑ์ เวลาขาย รูปแบบแผงค้า การรักษาความสะอาด และไม่กีดขวางทางสัญจร เพราะอาจถูกจับกุมหรือเพิกถอนสิทธิได้
เปิดร้านเล็กๆ ต้องจดทะเบียนการค้าไหม?
ถ้าเป็นร้านเล็กๆ ที่มีหน้าร้านถาวร เช่น เปิดที่บ้าน ตั้งป้าย โพสต์ขายจริงจัง ถือเป็นพาณิชยกิจที่โดยหลักต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากเริ่มกิจการ ยกเว้นเฉพาะกรณีที่เข้าเกณฑ์การค้าเร่หรือแผงลอยไม่มีหน้าร้านถาวร หรือเป็นกิจการที่กฎหมายระบุให้ได้รับการยกเว้นพิเศษเท่านั้น
References
The Active. กทม.เดินหน้ากำหนดพื้นที่ทำการค้า หาบเร่-แผงลอย ตามหลักเกณฑ์ใหม่. theactive.thaipbs.or.th. Published 3 October 2024. Retrieved 19 November 2025.






