Table of Contents
Recent Post
ภาษี 2568 ทำความเข้าใจคืออะไร? ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ต้องยื่นอย่างไร
ภาษี 2568 ทำความเข้าใจคืออะไร? ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ต้องยื่นอย่างไร

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับภาษีคือเงินที่ประชาชนหรือธุรกิจต้องจ่ายให้รัฐตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศและจัดสรรบริการสาธารณะ เช่น สร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน

อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ใครมีสิทธิ์ สมัครอย่างไร เช็กสิทธิ์ได้ที่ไหน
อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ใครมีสิทธิ์ สมัครอย่างไร เช็กสิทธิ์ได้ที่ไหน

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปอัปเดตเกี่ยวกับสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คนที่มีสิทธิ์ต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป

คนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี รู้จักโครงการ กทม. ร่วมกับ ม. เกริก
คนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี รู้จักโครงการ กทม. ร่วมกับ ม. เกริก

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับโครงการคนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรีร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกริก เปิดโอกาสให้คนพิการที่ทำงานภายใต้สังกัด กทม. ลดภาระค่าใช้จ่ายการศึกษา สร้างอาชีพมั่นคงระยะยาว

ภาษี 2568 ทำความเข้าใจคืออะไร? ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ต้องยื่นอย่างไร

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับภาษีคือเงินที่ประชาชนหรือธุรกิจต้องจ่ายให้รัฐตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศและจัดสรรบริการสาธารณะ เช่น สร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน ดูแลสวัสดิการประชาชน
ภาษี 2568 ทำความเข้าใจคืออะไร? ถูกนำไปใช้อะไรบ้าง ต้องยื่นอย่างไร
Table of Contents

Key Takeaway

  • ภาษีคือเงินกองกลางที่ประชาชนและธุรกิจจ่ายให้รัฐ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ภาษีทางตรง (เก็บจากรายได้หรือทรัพย์สิน) และภาษีทางอ้อม (แฝงอยู่ในราคาสินค้า เช่น VAT)
  • รัฐจะนำเงินภาษีไปพัฒนาประเทศ เช่น สร้างถนน รถไฟฟ้า สนับสนุนโรงพยาบาล โรงเรียน และจัดสรรเป็นสวัสดิการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในประเทศ
  • การละเลยหรือหลบเลี่ยงภาษีจะส่งผลให้ถูกสรรพากรตรวจสอบและเรียกเก็บย้อนหลัง ต้องเสียค่าปรับ ดอกเบี้ย และถ้าจงใจเลี่ยงภาษีอาจมีโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุก
  • ควรยื่นภาษีในช่วงต้นปีต่อไป โดยทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์สรรพากร เริ่มจากเตรียมเอกสารให้พร้อม ให้ระบบคำนวณภาษี ยืนยันข้อมูล แล้วชำระเงินหรือรอรับเงินคืนได้เลย

ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ภาษี” กันดี แต่หลายคนอาจยังคงมีคำถามคาใจว่า จริงๆ แล้วสิ่งนี้คืออะไร ทำไมเราถึงมีหน้าที่จ่ายให้รัฐ? คำตอบก็คือ ภาษีคือเงินที่ประชาชนหรือธุรกิจต้องจ่ายให้รัฐตามกฎหมาย เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศและจัดสรรบริการสาธารณะ เช่น สร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน ดูแลสวัสดิการประชาชน ท้ายที่สุดแล้ว เงินทุกบาทที่เราจ่ายไปก็จะถูกนำไปหมุนเวียนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และกลับมายกระดับคุณภาพชีวิตในทุกๆ วันของพวกเราทุกคนนั่นเอง!

ภาษีคืออะไร? ทำไมทุกคนต้องเสียภาษี

ลองคิดเล่นๆ ว่าประเทศของเราคือหมู่บ้านใหญ่ๆ หมู่บ้านหนึ่ง ภาษีก็เปรียบเสมือนเงินกองกลางหรือค่าส่วนกลางที่พวกเราทุกคน ทั้งคนทำงานและเจ้าของธุรกิจ ช่วยกันลงขันจ่ายให้รัฐบาล แม้จะเป็นหน้าที่ที่เราต้องจ่ายตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ก็เป็นการร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อให้รัฐมีงบประมาณไปบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ให้หมู่บ้านของเราน่าอยู่และเดินหน้าต่อไปได้

ส่วนคำถามที่ว่าทำไมเราถึงต้องจ่าย? ก็เพราะเงินก้อนนี้จะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นบริการสาธารณะที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนนให้เราเดินทางสะดวกขึ้น สร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน หรือจัดสรรสวัสดิการต่างๆ พูดง่ายๆ คือเป็นการลงทุนร่วมกันของคนในชาติ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสังคมได้รับการพัฒนาไปด้วย

 

ภาษีมีกี่ประเภท?

 

ภาษีมีกี่ประเภท?

รู้ไหมว่าภาษีที่เราได้ยินกันบ่อยๆ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ที่มีวิธีการเก็บเงินต่างกันเล็กน้อย ลองมาทำความรู้จักกันแบบง่ายๆ ได้เลย!

1. ภาษีทางตรง

ภาษีกลุ่มแรกนี้ความหมายก็ตามชื่อเลย “ทางตรง” หมายความว่าเป็นภาษีที่รัฐพุ่งเป้าเรียกเก็บจากรายได้หรือทรัพย์สินของเราแบบตรงไปตรงมา ภาระนี้เราต้องจัดการเอง โอนไปให้คนอื่นจ่ายแทนไม่ได้เด็ดขาด ตัวอย่างภาษีทางตรงที่เราเจอกันบ่อยๆ ดังนี้

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนคุ้นเคยกันดีแน่นอน เพราะถ้าเรามีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ต้องมีหน้าที่ยื่นเสียภาษีทุกปี
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคล เมื่อประกอบการแล้วมีกำไร ก็ต้องนำรายได้มาจ่ายภาษีส่วนนี้ด้วย
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ใครที่เป็นเจ้าของที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ก็จะต้องเสียภาษีตัวนี้เป็นประจำทุกปี

สรุปง่ายๆ คือ ภาษีประเภทนี้จะคิดคำนวณตามรายได้หรือมูลค่าทรัพย์สิน ที่ผู้เสียภาษีมีอยู่ในมือโดยตรงนั่นเอง ยิ่งมีรายได้มากก็อาจจะจ่ายมากตามสัดส่วนไป

2. ภาษีทางอ้อม

มาถึงกลุ่มที่สองอย่างภาษีทางอ้อมกันบ้าง ตัวนี้จะมาแบบเนียนๆ เพราะเป็นภาษีที่แฝงตัวรวมอยู่ในราคาสินค้าหรือบริการไปเรียบร้อยแล้ว ผู้ประกอบการจะบวกภาษีนี้เข้าไปในราคาของสินค้า แล้วค่อยนำเงินไปส่งให้รัฐแทนเรา ตัวอย่างเช่น

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เราเจอบ่อยสุดๆ ไม่ว่าจะกินข้าวในห้าง ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือจ่ายบิลค่าโทรศัพท์ ก็จะมี VAT 7% อยู่ในบิลเสมอ
  • ภาษีสรรพสามิต ภาษีตัวนี้จะเรียกเก็บเฉพาะกับสินค้าบางประเภทที่รัฐอยากควบคุมการบริโภค หรือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ น้ำมัน หรือน้ำหอม
  • ภาษีนำเข้า เวลาเราสั่งซื้อของจากต่างประเทศเข้ามา ถ้าสินค้ามีมูลค่าถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ต้องจ่ายภาษีให้กรมศุลกากรด้วย

เห็นไหมว่า ต่อให้เราจะยังเรียนอยู่ หรือไม่ได้ทำงานประจำ แค่เราเดินออกไปซื้อขนม ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้บริการต่างๆ เราก็กำลังทำหน้าที่พลเมืองดี จ่ายภาษีประเภทนี้ช่วยชาติไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว!

 

ภาษีที่เราจ่าย ถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

 

ภาษีที่เราจ่าย ถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

เงินภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากประชาชนและภาคธุรกิจ ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะถูกนำไปจัดสรรเป็นงบประมาณแผ่นดิน เพื่อใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติต่างๆ ดังนี้   

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

  • นำไปใช้ในการก่อสร้างและพัฒนาระบบคมนาคม เช่น ถนน โครงการรถไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะ และสนามบิน
  • โครงการเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

สนับสนุนระบบสาธารณสุข

  • งบประมาณส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลรัฐ และจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย
  • สนับสนุนระบบประกันสุขภาพระดับชาติและการดูแลสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานได้ทั่วถึงและเท่าเทียม

สนับสนุนระบบการศึกษา

  • นำไปใช้ในการสร้างและบำรุงรักษาสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย
  • สนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษา จัดหาอุปกรณ์การเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน 

สนับสนุนสวัสดิการของประชาชน

  • จัดสรรเป็นงบประมาณสำหรับดูแลคุณภาพชีวิตของคนในสังคม เช่น สวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และผู้พิการ
  • สนับสนุนโครงการช่วยเหลือกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงจัดสรรเงินทุนเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตการณ์ต่างๆ

ถ้าไม่เสียภาษีจะเกิดอะไรขึ้น?

การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองและผู้มีรายได้ทุกคนตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าละเลย หลีกเลี่ยง หรือไม่ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง ก็มีผลกระทบและบทลงโทษทางกฎหมายตามมา ดังนี้

  • การถูกตรวจสอบและเรียกเก็บย้อนหลัง กรมสรรพากรมีอำนาจและระบบในการตรวจสอบข้อมูลรายได้ของผู้เสียภาษี ถ้าพบว่าชำระภาษีไม่ครบ สามารถประเมินและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้
  • การเสียค่าปรับและเงินเพิ่ม กรณีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่ได้ยื่นเสียภาษีเลย ผู้เสียภาษีจะต้องชำระค่าปรับ รวมถึงต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้
  • บทลงโทษทางอาญา ในกรณีที่พบว่ามีความผิดร้ายแรง เช่น จงใจหลบเลี่ยงภาษี แจ้งข้อมูลเท็จ หรือใช้เอกสารปลอมเพื่อเจตนาเลี่ยงภาษี จะมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้น รวมถึงโทษปรับเป็นเงินจำนวนมาก และอาจถึงขั้นต้องโทษจำคุกเลย 

การยื่นภาษีควรเริ่มตอนไหน?

โดยทั่วไป การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย จะมีกำหนดการให้ผู้มีรายได้ดำเนินการยื่นในช่วงต้นปีของปีต่อไปเสมอ ตัวอย่างเช่น รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีภาษี 2568 ผู้มีรายได้จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในช่วงต้นปี 2569 ตามปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม หรือตามระยะเวลาที่กรมสรรพากรประกาศกำหนดเพิ่มเติมสำหรับการยื่นผ่านช่องทางออนไลน์

สำหรับผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ รวบรวมเอกสารหลักฐานแสดงรายได้และเอกสารการลดหย่อนต่างๆ พร้อมทั้งวางแผนการยื่นภาษีล่วงหน้า เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง ป้องกันกรณีล่าช้า และรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของตัวเองได้

 

ขั้นตอนการยื่นภาษี ทำอย่างไร?

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปัจจุบันทำได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

1. เตรียมเอกสารรายได้

ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมเอกสารสำคัญที่แสดงรายได้ตลอดทั้งปีให้ครบ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และหลักฐานรายได้อื่นๆ ควบคู่ไปกับการเตรียมเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เช่น ใบเสร็จค่าเบี้ยประกัน หรือหลักฐานการบริจาค การเตรียมความพร้อมส่วนนี้จะช่วยให้ข้อมูลถูกต้องและช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้เต็มที่  

2. คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย

หลังจากรวบรวมข้อมูลรายได้ทั้งหมดและนำมาหักล้างกับรายการค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว ต่อไปก็คำนวณหายอดภาษีเงินได้สุทธิ ปัจจุบันถ้าเรายื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร ระบบจะช่วยประมวลผลและคำนวณตัวเลขภาษีที่ต้องจ่ายให้โดยอัตโนมัติ ทำให้สะดวกและช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยตัวเองได้ดีเลย

3. ยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์

ผู้เสียภาษีสามารถเข้าใช้บริการผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (E-Filing) ได้สะดวกสบาย ต้องกรอกรายละเอียดรายได้และรายการลดหย่อนต่างๆ ตามเอกสารที่เตรียมไว้ ระบบถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและทำตามทีละขั้นตอนการยื่นภาษีได้เลย นอกจากนี้ การยื่นแบบผ่านช่องทางออนไลน์ยังช่วยประหยัดเวลาเดินทาง และจะได้รับสิทธิ์ขยายระยะเวลาการยื่นแบบให้นานขึ้นด้วย

4. ชำระภาษีหรือรอรับเงินคืน

เมื่อกดยืนยันการยื่นแบบแล้วจะมีผลลัพธ์ 2 กรณี คือถ้าประมวลผลแล้วต้องชำระภาษีเพิ่ม ผู้เสียภาษีสามารถเลือกชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้เลย แต่ถ้าคำนวณแล้วพบว่าจ่ายภาษีไว้เกินและมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน กรมสรรพากรจะดำเนินการตรวจสอบและโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุไว้ หรือผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน   

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ที่เริ่มยื่นภาษี

สำหรับคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานหรือเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเอง การทำความเข้าใจเรื่องภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นภาษีกลายเป็นเรื่องง่ายและไม่น่าปวดหัวอย่างที่คิด มีคำแนะนำเบื้องต้นที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

  • จัดเก็บเอกสารให้ครบและเป็นระบบ ควรเก็บรวบรวมเอกสารสำคัญทั้งหมด เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) รวมถึงใบเสร็จและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับรายได้ไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อป้องกันตกหล่นและสะดวกรวดเร็วเมื่อถึงเวลายื่นแบบ
  • ศึกษาและอัปเดตข้อมูลค่าลดหย่อนภาษี หมั่นทำความเข้าใจสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีที่ตัวเองมีสิทธิ์ได้รับ เช่น เบี้ยประกันชีวิต กองทุนเพื่อการออม หรือมาตรการพิเศษจากรัฐ เพื่อนำมาใช้สิทธิ์หักลดหย่อนได้เต็มที่
  • ยื่นภาษีให้ตรงเวลา ควรติดตามกำหนดการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในแต่ละปี และจัดการยื่นให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อเลี่ยงปัญหาและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นจากการล่าช้า
  • เริ่มต้นวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการเงิน สามารถบริหารจัดการรายได้และค่าลดหย่อนได้ ช่วยลดความเสี่ยงจ่ายภาษีเกินจำเป็น และเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเองไว้ด้วย

สรุป

อย่าลืมไปยื่นภาษี 2568 เพราะภาษีคือหนึ่งในกลไกสำคัญของการบริหารประเทศ ประชาชนและภาคธุรกิจต่างมีหน้าที่ร่วมกันจ่ายภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้รัฐสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและจัดสรรบริการสาธารณะต่างๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน

การเริ่มต้นทำความเข้าใจว่าภาษีคืออะไร มีกี่ประเภท และมีขั้นตอนการยื่นภาษีอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ได้แค่ช่วยให้เราปฏิบัติตามกฎหมายและลดความเสี่ยงจากการถูกปรับ แต่ยังช่วยให้เราสามารถวางแผนสิทธิประโยชน์ และบริหารจัดการเรื่องการเงินส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

รายการลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรบ้าง?

ลองลิสต์สิทธิ์ที่เรามีให้ดี จะได้ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะเลย รายการลดหย่อนปี 2568 แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

  1. กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว ลดหย่อนตัวเอง พ่อแม่ บุตร 
  2. กลุ่มประกันและการลงทุน เช่น SSF, RMF, Thai ESG
  3. กลุ่มเงินบริจาค 
  4. กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ (เช่น Easy E-Receipt) 

Easy E-Receipt 2568 เริ่มวันไหน?

โครงการ Easy E-Receipt 2568 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 สามารถนำใบเสร็จแบบ e-Tax Invoice จากร้านค้าที่ร่วมรายการมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามยอดที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท 

เที่ยวเมืองรอง 2568 ลดหย่อนได้เท่าไร?

ตามมาตรการเที่ยวดีมีคืนปี 2568 ถ้าแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวเมืองรองจะสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ถึง 1.5 เท่า ของยอดที่จ่ายจริงเลย เมื่อรวมกับการใช้สิทธิ์ลดหย่อนทั้งหมดในหมวดนี้แล้วจะลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท 

ค่าสร้างบ้าน 2568 ลดหย่อนภาษีได้ไหม?

ลดหย่อนได้ สำหรับคนที่จ้างสร้างบ้านใหม่ (ตามสัญญาจ้างตั้งแต่ 9 เม.ย. 67 – 31 ธ.ค. 68) สามารถนำมาลดหย่อนได้ 10,000 บาท ต่อค่าก่อสร้างทุกๆ 1 ล้านบาท รัฐให้สิทธิ์ลดหย่อนรวมแล้วได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท 

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี 2568 ได้กี่บาท?

เบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป (รวมถึงประกันสุขภาพ) สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ถ้าเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญ จะสามารถนำมาลดหย่อนเพิ่มได้อีกสูงสุด 200,000 บาท (แต่ต้องไม่เกิน 15% ของรายได้) 

รายได้เท่าไรต้องยื่นภาษี 2568?

สำหรับคนโสด ถ้ามีรายได้จากเงินเดือนแค่ทางเดียวเกิน 120,000 บาทต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท) กฎหมายบังคับว่าต้องทำหน้าที่ “ยื่นแบบภาษี” เสมอ แต่จะ “ต้องเสียภาษี” หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับยอดรายได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนว่าถึงเกณฑ์ต้องจ่ายไหม

ฟรีแลนซ์ยื่นภาษี 2568 ยังไงให้คุ้ม?

ฟรีแลนซ์ควรเช็กประเภทเงินได้ของตัวเองให้ชัวร์ (เช่น 40(2) หรือ 40(8)) เพื่อเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือแบบตามจริงให้คุ้มค่า และอย่าลืมเก็บเอกสาร 50 ทวิ (ใบหัก ณ ที่จ่าย 3%) ไว้เสมอ เพื่อนำมาใช้ขอเครดิตภาษีคืนตอนปลายปีด้วย

ขอคืนภาษี 2568 กี่วันได้เงิน?

ถ้าเอกสารครบและไม่ได้ถูกสุ่มตรวจเพิ่ม แนะนำให้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชนไว้รอเลย เพราะส่วนใหญ่จะได้เงินโอนคืนเข้าบัญชีรวดเร็วภายใน 3 – 7 วันทำการ หลังจากที่กดยื่นแบบออนไลน์สำเร็จ

สถานะพิจารณาคืนภาษี 2568 นานไหม?

ถ้าขึ้นสถานะ “พิจารณาคืนภาษี” โดยปกติอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 3 สัปดาห์ ช่วงนี้แนะนำให้หมั่นเข้าไปเช็กในระบบของสรรพากรบ่อยๆ เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารบางอย่างเพิ่ม ถ้าเราอัปโหลดส่งให้ไว การพิจารณาก็ยิ่งเร็วขึ้น

ลืมยื่นภาษี 2568 ต้องเสียค่าปรับเท่าไร?

ถ้าลืมยื่นแบบภายในกำหนด จะมีโทษปรับอาญาสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (ปกติถ้าไปยื่นช้าจะเสียค่าปรับ 200 บาท) และถ้าคำนวณแล้วมีภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม ต้องเสียดอกเบี้ย (เงินเพิ่ม) อีก 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้างชำระด้วย

องค์กรเพื่อสังคมที่เกี่ยวข้อง

banner - กสศ
logo - กสศ

กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เราสนับสนุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เสริมสร้าง พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู
logo - มูลนิธิไทยรัฐ

มูลนิธิไทยรัฐ

เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการศึกษา และช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจนและนักเรียนดีเด่นทั่วไป ส่งเสริมการศึกษา และค้นคว้าวิจัยงานหนังสือพิมพ์ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อเด็กๆ

banner - sos เด็กโสสะ

มูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทยฯ

เราช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร ในรูปแบบของครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อสังคม