Table of Contents
Recent Post
อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ใครมีสิทธิ์ สมัครอย่างไร เช็กสิทธิ์ได้ที่ไหน
อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ใครมีสิทธิ์ สมัครอย่างไร เช็กสิทธิ์ได้ที่ไหน

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปอัปเดตเกี่ยวกับสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คนที่มีสิทธิ์ต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป

คนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี รู้จักโครงการ กทม. ร่วมกับ ม. เกริก
คนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี รู้จักโครงการ กทม. ร่วมกับ ม. เกริก

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับโครงการคนพิการเรียนฟรีถึงปริญญาตรีร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกริก เปิดโอกาสให้คนพิการที่ทำงานภายใต้สังกัด กทม. ลดภาระค่าใช้จ่ายการศึกษา สร้างอาชีพมั่นคงระยะยาว

แบรนด์รักษ์โลกคืออะไร? รวมตัวอย่างแบรนด์ที่น่าจับตามองในยุคนี้
แบรนด์รักษ์โลกคืออะไร? รวมตัวอย่างแบรนด์ที่น่าจับตามองในยุคนี้

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักแบรนด์รักษ์โลกคือแบรนด์ที่ออกแบบสินค้า ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างคุณค่ายั่งยืน ไม่ทำร้ายโลก เติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

ท่าเรือคลองเตย ศูนย์กลางโลจิสติกส์กรุงเทพฯ ความท้าทายที่ต้องแก้ไข

บทความนี้ CHEEWID จะพามารู้จักเจาะลึกแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของท่าเรือคลองเตย ศูนย์กลางการค้าและการพัฒนาเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และความท้าทายในการเป็นศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาค
ท่าเรือคลองเตย ศูนย์กลางโลจิสติกส์กรุงเทพฯ ความท้าทายที่ต้องแก้ไข
Table of Contents

Key Takeaway

  • ท่าเรือคลองเตย คือท่าเรือเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าของไทยมากว่า 80 ปี และเป็นจุดเชื่อมสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
  • ในปัจจุบันท่าเรือคลองเตยกำลังเผชิญปัญหาการจราจรติดขัด โครงสร้างพื้นฐานล้าสมัย มลพิษ และความเหลื่อมล้ำในชุมชนรอบข้าง ส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
  • แผนพลิกโฉมของผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ มุ่งพัฒนาให้ท่าเรือคลองเตยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ยุคใหม่ ด้วยระบบขนส่งเชื่อมต่อครบวงจร เมืองสีเขียว และการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืน
  • ประชาชนสามารถมีบทบาทร่วมแก้ปัญหาท่าเรือคลองเตยได้ ทางกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้ชาวคลองเตยมีส่วนร่วมออกแบบอนาคตเมือง ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างโมเดลเมืองท่าที่ยั่งยืน พร้อมเติบโตไปกับคนในชุมชน

ย่านคลองเตยไม่ได้เป็นแค่ภาพจำชุมชนเก่าแก่หรือท่าเรือที่พลุกพล่านเท่านั้น แต่ยังซ่อนเรื่องราวมากมาย เป็น ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจไทย’ ที่ขับเคลื่อนประเทศมาตลอดหลายทศวรรษ ‘ท่าเรือคลองเตย’ คือศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางรางไว้ด้วยกัน 

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของท่าเรือคลองเตย ที่กำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาค พร้อมทั้งสำรวจความท้าทายใหม่ๆ ที่รออยู่ในเส้นทางของการพัฒนาเมืองแห่งนี้

ท่าเรือคลองเตยคืออะไร? ทำไมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ มาถึง 80 ปี

ท่าเรือคลองเตยคืออะไร? ทำไมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ มาถึง 80 ปี

ท่าเรือคลองเตยเป็นท่าเรือกรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางน้ำของไทย และกลายเป็นท่าเรือหลักแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อการค้ากับนานาประเทศมากว่า 80 ปี พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่คึกคักที่สุดของประเทศ สินค้านับล้านตันถูกขนถ่ายผ่านท่าเรือแห่งนี้ทุกปี

ท่าเรือคลองเตยเปรียบเสมือน ‘ประตูการค้า’ ของไทย เหมือนกับย่าน Docklands ของลอนดอน หรือท่าเรือโยโกฮามาในญี่ปุ่น ที่เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมือง รอบท่าเรือจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ขนส่ง แต่ยังสะท้อนประวัติศาสตร์การเติบโตของกรุงเทพฯ และบทบาทของไทยในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคอีกด้วย  

ปัญหาของท่าเรือคลองเตยในปัจจุบัน

ปัญหาของท่าเรือคลองเตยในปัจจุบัน

แม้การท่าเรือคลองเตยจะเป็นศูนย์กลางการค้าขนส่งมานาน แต่ปัจจุบันกลับเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งเรื่องพื้นที่จำกัด เทคโนโลยีที่ล้าสมัย และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ปัญหาเหล่านี้กำลังผลักดันให้เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ยั่งยืนในยุคโลจิสติกส์สมัยใหม่ 

การจราจรและโลจิสติกส์

หนึ่งในปัญหาหลักของท่าเรือคลองเตยคือ ‘การจราจรติดขัด’ จากปริมาณรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่เข้าออกท่าเรือตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ถนนพระราม 4 และบริเวณโดยรอบแออัดหนัก ส่งผลให้การขนส่งสินค้าล่าช้า ส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน 

โดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนน การจัดการโลจิสติกส์ภายในพื้นที่จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งปรับปรุง เพื่อให้ท่าเรือคลองเตยกลับมามีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อเมืองมากขึ้น

ฝุ่น เสียง และมลพิษต่อชุมชน

อีกหนึ่งปัญหาที่ฝังรากลึกในพื้นที่รอบท่าเรือคลองเตยคือ ‘มลพิษ’ ทั้งจากการขนส่งสินค้า การทำงานของเครื่องจักร และการจราจรหนาแน่นตลอดวัน ฝุ่นควันและเสียงดังจากรถบรรทุกส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน เช่น โรคทางเดินหายใจ ความเครียด และคุณภาพชีวิตที่ลดลง 

นอกจากนี้ยังทำให้พื้นที่อยู่อาศัยรอบท่าเรือเสื่อมโทรมลง การแก้ไขปัญหามลพิษจึงช่วยให้คุณภาพชีวิตคนเมืองได้รับการดูแล ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุล

ความเหลื่อมล้ำในพื้นที่คลองเตย

คลองเตยเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำของเมืองได้ชัดที่สุดแห่งหนึ่ง ด้านหนึ่งคือศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ ส่วนอีกด้านคือชุมชนแออัดที่ขาดโอกาสและสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทำให้คนในพื้นที่จำนวนมากยังเผชิญกับปัญหารายได้ต่ำ การเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพที่จำกัด 

รวมถึงโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาท่าเรือคลองเตยในอนาคตจึงไม่อาจมองข้าม “คนคลองเตย” เพราะความยั่งยืนของพื้นที่ไม่ได้อยู่ที่ตึกหรือท่าเรือ แต่อยู่ที่การเติบโตของคนในชุมชนด้วย 

โครงสร้างพื้นฐานล้าสมัย

ท่าเรือคลองเตยถูกสร้างขึ้นตั้งแต่กว่า 80 ปีก่อน ในยุคที่ระบบขนส่งและปริมาณสินค้ายังไม่ซับซ้อนเท่าปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนจึงไม่สอดรับกับความต้องการโลจิสติกส์ยุคใหม่ ทั้งท่าเทียบเรือ พื้นที่จัดเก็บสินค้า และระบบบริหารจัดการภายในที่ยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก 

ทำให้ประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าลดลง ต้นทุนสูง และแข่งขันยากเมื่อเทียบกับท่าเรือสมัยใหม่ในภูมิภาค เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง หรือท่าเรือสิงคโปร์ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานจึงสำคัญ เพื่อให้คลองเตยกลับมาเป็นศูนย์กลางการค้าของไทยอีกครั้ง

แผนพลิกโฉมท่าเรือคลองเตยของผู้ว่าชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ

แผนพลิกโฉมท่าเรือคลองเตยของผู้ว่าชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ 

หลังจากการท่าเรือคลองเตยเผชิญปัญหาความล้าหลังทั้งด้านโครงสร้างและสิ่งแวดล้อม ล่าสุดผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ ได้วางแผน “พลิกโฉมท่าเรือคลองเตย” ครั้งใหญ่ ให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และพื้นที่เมืองที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งใจฟื้นชีวิตให้คลองเตยกลับมาเป็นย่านแห่งโอกาสอีกครั้ง!     

1. ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาชาวบ้าน

หนึ่งในแนวทางสำคัญของผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ คือการลงพื้นที่จริง ไปพบปะ พูดคุย และรับฟังปัญหาจากชาวคลองเตยโดยตรง ทั้งในชุมชนรอบท่าเรือ เขตเศรษฐกิจ และพื้นที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการขนส่ง ทีมงานได้เก็บข้อมูลจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐ เพื่อเข้าใจสภาพปัญหาเชิงลึกและความต้องการของคนในพื้นที่ ช่วยให้วางแผนพัฒนาท่าเรือได้จากเสียงของคนคลองเตยเอง

2. การประสานงานกับการท่าเรือและหน่วยงานกลาง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพฯ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และหน่วยงานระดับกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ทีมงานจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแนวทางการใช้พื้นที่ การจัดระเบียบขนส่ง และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับนโยบายเมืองสีเขียว 

การประสานงานนี้มีเป้าหมายให้ท่าเรือคลองเตยพัฒนาอย่างมีทิศทาง ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

3. การวางแผนระบบขนส่งเชื่อมต่อ (ถนน – รถไฟ – ท่าเรือ)

ต่อมาคือการสร้างระบบขนส่งเชื่อมต่อครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ ทีมกรุงเทพฯ ร่วมกับการท่าเรือและกระทรวงคมนาคม วางแผนเชื่อมเส้นทางถนนหลัก เช่น ถนนพระราม 4 และถนนเชื้อเพลิง เข้ากับระบบรถไฟและท่าเรือโดยตรง เพื่อลดการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง 

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้ากลางเมือง เพื่อให้การขนส่งสินค้าทางราง – ทางน้ำราบรื่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนคลองเตยจากจุดคับคั่งให้เป็นจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค

4. การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

นโยบายการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ – สิ่งแวดล้อม – ชุมชน ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติร่วมกับการท่าเรือฯ และหน่วยงานสิ่งแวดล้อม ทำแผนลดผลกระทบจากฝุ่น ควัน และเสียง เช่น การเพิ่มแนวกันชนสีเขียว ปรับปรุงระบบขนส่งให้ใช้พลังงานสะอาด และควบคุมการปล่อยมลพิษจากรถบรรทุก 

นอกจากนี้ยังวางระบบจัดการน้ำเสียและขยะในท่าเรือให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้การพัฒนาเมืองตอบโจทย์เศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนคลองเตยและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างยั่งยืน

5. ผลักดันการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Urban Redevelopment)

การพลิกโฉมท่าเรือคลองเตยยังรวมถึงการพัฒนาเชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน ทีมกรุงเทพฯ และการท่าเรือฯ วางแนวทางปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นโซนพาณิชย์ พื้นที่สีเขียว และที่อยู่อาศัยคุณภาพ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ทางเดินเท้า และพื้นที่สาธารณะใหม่ๆ 

ควบคู่กับจัดสรรที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนเดิมให้การพัฒนาเป็นธรรม เป็นทั้งการสร้างเมืองใหม่ และออกแบบคลองเตยให้เติบโตไปพร้อมกับคนที่อยู่ที่นี่มานาน

บทบาทประชาชน กับการร่วมแก้ปัญหาท่าเรือคลองเตย

บทบาทประชาชน กับการร่วมแก้ปัญหาท่าเรือคลองเตย

การพัฒนาท่าเรือคลองเตยให้ได้ผลจริงจำเป็นต้องอาศัย “พลังจากทุกภาคส่วน” โดยเฉพาะเสียงของคนในชุมชนที่อยู่มานาน ทีมกรุงเทพฯ ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและกลุ่มชุมชนคลองเตย เพื่อให้เข้าใจความต้องการและปัญหาจริงๆ เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย การจราจร และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วมลงทุนและสนับสนุนด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และการออกแบบเมืองสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Public – Private – Community Partnership (PPCP) เพื่อให้โครงการดำเนินต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้นำไปสู่การสร้างโมเดล “เมืองท่าที่ยั่งยืน (Sustainable Port City)” ที่ผสมผสานระหว่างการขนส่งทันสมัย เมืองน่าอยู่ และชุมชนเข้มแข็ง ท่าเรือคลองเตยจึงเป็นได้ทั้งศูนย์กลางโลจิสติกส์ของไทย และต้นแบบของเมืองที่เติบโตอย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผู้คน

ท่าเรือคลองเตยในอนาคต – โอกาสและความเป็นไปได้ 

ท่าเรือคลองเตยในอนาคต – โอกาสและความเป็นไปได้

อนาคตของท่าเรือคลองเตยกำลังเคลื่อนไปสู่การเป็น Smart Port หรือท่าเรืออัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบโลจิสติกส์ เช่น การใช้ระบบ IoT และ AI เพื่อติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ จัดการข้อมูลสินค้า และลดการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับระบบขนส่งพลังงานสะอาด และใช้เทคโนโลยีจัดการสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่ท่าเรือ เพื่อก้าวสู่ท่าเรือสีเขียวจริงๆ

ในมิติการค้า ท่าเรือคลองเตยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงไทยกับภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเส้นทางการค้าระหว่างประเทศทางน้ำที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือใหญ่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม การพัฒนาให้เป็น Smart Port จะช่วยเพิ่มศักยภาพขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และดึงดูดการลงทุนได้

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต” การพัฒนาไม่ได้สนแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังคำนึงถึงการอยู่ร่วมกับชุมชน การลดมลพิษ และการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ท่าเรือคลองเตยกลายเป็นเมืองท่าที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองในอนาคต    

สรุป

ท่าเรือคลองเตย คือท่าเรือกรุงเทพฯ พื้นที่สำคัญที่สะท้อนทั้งความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและความท้าทายในชีวิตของผู้คน การพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การยกระดับระบบโลจิสติกส์ แต่ยังหมายถึงการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของชาวคลองเตย การแก้ปัญหาไม่อาจทำได้โดยภาครัฐฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

มาร่วมกันออกแบบอนาคตเมือง เพราะถ้ากรุงเทพฯ เดินหน้าด้วยแนวคิด “ลงพื้นที่จริง ทำจริง และฟังเสียงประชาชน” ท่าเรือคลองเตยอาจไม่ใช่แค่ศูนย์กลางขนส่งสินค้าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและเท่าทันโลกในอนาคต

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ท่าเรือคลองเตยกับแหลมฉบัง ต่างกันอย่างไร?

ท่าเรือคลองเตยตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เน้นการขนส่งภายในประเทศและภูมิภาค มีพื้นที่จำกัดและระบบโลจิสติกส์ที่เก่าแก่ ส่วนท่าเรือแหลมฉบังอยู่ในจังหวัดชลบุรี เป็นท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ของประเทศ รองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของไทย

ท่าเรือคลองเตยมีกี่ไร่?

ท่าเรือคลองเตยมีพื้นที่ประมาณ 944 ไร่ ครอบคลุมบริเวณถนนพระราม 4 ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์หลักของกรุงเทพฯ ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าทางน้ำมานานกว่า 80 ปี

การท่าเรือทำงานอะไร?

การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีหน้าที่บริหารจัดการและพัฒนาท่าเรือหลักของประเทศ เช่น คลองเตย แหลมฉบัง และท่าเรือภูมิภาค ดูแลด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า การรักษาความปลอดภัย รวมถึงการวางแผนพัฒนาท่าเรือให้ทันสมัยและแข่งขันได้ในระดับสากล

References

  1. Living Room. ปรับโฉมท่าเรือคลองเตยกว่า 2,000 ไร่ ให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่เทียบเท่าไอคอนสยาม. kobkid.com. Published 14 January 2019. Retrieved 10 November 2025. 

 

องค์กรเพื่อสังคมที่เกี่ยวข้อง

banner - กสศ
logo - กสศ

กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เราสนับสนุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เสริมสร้าง พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู
logo - มูลนิธิไทยรัฐ

มูลนิธิไทยรัฐ

เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการศึกษา และช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจนและนักเรียนดีเด่นทั่วไป ส่งเสริมการศึกษา และค้นคว้าวิจัยงานหนังสือพิมพ์ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อเด็กๆ

banner - sos เด็กโสสะ

มูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทยฯ

เราช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร ในรูปแบบของครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อสังคม