Key Takeaway
- ท่าเรือคลองเตย คือท่าเรือเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าของไทยมากว่า 80 ปี และเป็นจุดเชื่อมสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ
- ในปัจจุบันท่าเรือคลองเตยกำลังเผชิญปัญหาการจราจรติดขัด โครงสร้างพื้นฐานล้าสมัย มลพิษ และความเหลื่อมล้ำในชุมชนรอบข้าง ส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
- แผนพลิกโฉมของผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ มุ่งพัฒนาให้ท่าเรือคลองเตยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ยุคใหม่ ด้วยระบบขนส่งเชื่อมต่อครบวงจร เมืองสีเขียว และการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืน
- ประชาชนสามารถมีบทบาทร่วมแก้ปัญหาท่าเรือคลองเตยได้ ทางกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้ชาวคลองเตยมีส่วนร่วมออกแบบอนาคตเมือง ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างโมเดลเมืองท่าที่ยั่งยืน พร้อมเติบโตไปกับคนในชุมชน
ย่านคลองเตยไม่ได้เป็นแค่ภาพจำชุมชนเก่าแก่หรือท่าเรือที่พลุกพล่านเท่านั้น แต่ยังซ่อนเรื่องราวมากมาย เป็น ‘ศูนย์กลางเศรษฐกิจไทย’ ที่ขับเคลื่อนประเทศมาตลอดหลายทศวรรษ ‘ท่าเรือคลองเตย’ คือศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางรางไว้ด้วยกัน
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของท่าเรือคลองเตย ที่กำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาค พร้อมทั้งสำรวจความท้าทายใหม่ๆ ที่รออยู่ในเส้นทางของการพัฒนาเมืองแห่งนี้

ท่าเรือคลองเตยคืออะไร? ทำไมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ มาถึง 80 ปี
ท่าเรือคลองเตยเป็นท่าเรือกรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางน้ำของไทย และกลายเป็นท่าเรือหลักแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อการค้ากับนานาประเทศมากว่า 80 ปี พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่คึกคักที่สุดของประเทศ สินค้านับล้านตันถูกขนถ่ายผ่านท่าเรือแห่งนี้ทุกปี
ท่าเรือคลองเตยเปรียบเสมือน ‘ประตูการค้า’ ของไทย เหมือนกับย่าน Docklands ของลอนดอน หรือท่าเรือโยโกฮามาในญี่ปุ่น ที่เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมือง รอบท่าเรือจึงไม่ใช่แค่พื้นที่ขนส่ง แต่ยังสะท้อนประวัติศาสตร์การเติบโตของกรุงเทพฯ และบทบาทของไทยในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคอีกด้วย

ปัญหาของท่าเรือคลองเตยในปัจจุบัน
แม้การท่าเรือคลองเตยจะเป็นศูนย์กลางการค้าขนส่งมานาน แต่ปัจจุบันกลับเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งเรื่องพื้นที่จำกัด เทคโนโลยีที่ล้าสมัย และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ปัญหาเหล่านี้กำลังผลักดันให้เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ยั่งยืนในยุคโลจิสติกส์สมัยใหม่
การจราจรและโลจิสติกส์
หนึ่งในปัญหาหลักของท่าเรือคลองเตยคือ ‘การจราจรติดขัด’ จากปริมาณรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่เข้าออกท่าเรือตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ถนนพระราม 4 และบริเวณโดยรอบแออัดหนัก ส่งผลให้การขนส่งสินค้าล่าช้า ส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชน
โดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนน การจัดการโลจิสติกส์ภายในพื้นที่จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งปรับปรุง เพื่อให้ท่าเรือคลองเตยกลับมามีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อเมืองมากขึ้น
ฝุ่น เสียง และมลพิษต่อชุมชน
อีกหนึ่งปัญหาที่ฝังรากลึกในพื้นที่รอบท่าเรือคลองเตยคือ ‘มลพิษ’ ทั้งจากการขนส่งสินค้า การทำงานของเครื่องจักร และการจราจรหนาแน่นตลอดวัน ฝุ่นควันและเสียงดังจากรถบรรทุกส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน เช่น โรคทางเดินหายใจ ความเครียด และคุณภาพชีวิตที่ลดลง
นอกจากนี้ยังทำให้พื้นที่อยู่อาศัยรอบท่าเรือเสื่อมโทรมลง การแก้ไขปัญหามลพิษจึงช่วยให้คุณภาพชีวิตคนเมืองได้รับการดูแล ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุล
ความเหลื่อมล้ำในพื้นที่คลองเตย
คลองเตยเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำของเมืองได้ชัดที่สุดแห่งหนึ่ง ด้านหนึ่งคือศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ ส่วนอีกด้านคือชุมชนแออัดที่ขาดโอกาสและสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทำให้คนในพื้นที่จำนวนมากยังเผชิญกับปัญหารายได้ต่ำ การเข้าถึงการศึกษาและบริการสุขภาพที่จำกัด
รวมถึงโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาท่าเรือคลองเตยในอนาคตจึงไม่อาจมองข้าม “คนคลองเตย” เพราะความยั่งยืนของพื้นที่ไม่ได้อยู่ที่ตึกหรือท่าเรือ แต่อยู่ที่การเติบโตของคนในชุมชนด้วย
โครงสร้างพื้นฐานล้าสมัย
ท่าเรือคลองเตยถูกสร้างขึ้นตั้งแต่กว่า 80 ปีก่อน ในยุคที่ระบบขนส่งและปริมาณสินค้ายังไม่ซับซ้อนเท่าปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานหลายส่วนจึงไม่สอดรับกับความต้องการโลจิสติกส์ยุคใหม่ ทั้งท่าเทียบเรือ พื้นที่จัดเก็บสินค้า และระบบบริหารจัดการภายในที่ยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก
ทำให้ประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าลดลง ต้นทุนสูง และแข่งขันยากเมื่อเทียบกับท่าเรือสมัยใหม่ในภูมิภาค เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง หรือท่าเรือสิงคโปร์ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานจึงสำคัญ เพื่อให้คลองเตยกลับมาเป็นศูนย์กลางการค้าของไทยอีกครั้ง

แผนพลิกโฉมท่าเรือคลองเตยของผู้ว่าชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ
หลังจากการท่าเรือคลองเตยเผชิญปัญหาความล้าหลังทั้งด้านโครงสร้างและสิ่งแวดล้อม ล่าสุดผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ ได้วางแผน “พลิกโฉมท่าเรือคลองเตย” ครั้งใหญ่ ให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และพื้นที่เมืองที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งใจฟื้นชีวิตให้คลองเตยกลับมาเป็นย่านแห่งโอกาสอีกครั้ง!
1. ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาชาวบ้าน
หนึ่งในแนวทางสำคัญของผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกรุงเทพฯ คือการลงพื้นที่จริง ไปพบปะ พูดคุย และรับฟังปัญหาจากชาวคลองเตยโดยตรง ทั้งในชุมชนรอบท่าเรือ เขตเศรษฐกิจ และพื้นที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการขนส่ง ทีมงานได้เก็บข้อมูลจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐ เพื่อเข้าใจสภาพปัญหาเชิงลึกและความต้องการของคนในพื้นที่ ช่วยให้วางแผนพัฒนาท่าเรือได้จากเสียงของคนคลองเตยเอง
2. การประสานงานกับการท่าเรือและหน่วยงานกลาง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพฯ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และหน่วยงานระดับกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ทีมงานจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแนวทางการใช้พื้นที่ การจัดระเบียบขนส่ง และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับนโยบายเมืองสีเขียว
การประสานงานนี้มีเป้าหมายให้ท่าเรือคลองเตยพัฒนาอย่างมีทิศทาง ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน และตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
3. การวางแผนระบบขนส่งเชื่อมต่อ (ถนน – รถไฟ – ท่าเรือ)
ต่อมาคือการสร้างระบบขนส่งเชื่อมต่อครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ ทีมกรุงเทพฯ ร่วมกับการท่าเรือและกระทรวงคมนาคม วางแผนเชื่อมเส้นทางถนนหลัก เช่น ถนนพระราม 4 และถนนเชื้อเพลิง เข้ากับระบบรถไฟและท่าเรือโดยตรง เพื่อลดการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้ากลางเมือง เพื่อให้การขนส่งสินค้าทางราง – ทางน้ำราบรื่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนคลองเตยจากจุดคับคั่งให้เป็นจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
4. การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
นโยบายการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ – สิ่งแวดล้อม – ชุมชน ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติร่วมกับการท่าเรือฯ และหน่วยงานสิ่งแวดล้อม ทำแผนลดผลกระทบจากฝุ่น ควัน และเสียง เช่น การเพิ่มแนวกันชนสีเขียว ปรับปรุงระบบขนส่งให้ใช้พลังงานสะอาด และควบคุมการปล่อยมลพิษจากรถบรรทุก
นอกจากนี้ยังวางระบบจัดการน้ำเสียและขยะในท่าเรือให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้การพัฒนาเมืองตอบโจทย์เศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนคลองเตยและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างยั่งยืน
5. ผลักดันการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Urban Redevelopment)
การพลิกโฉมท่าเรือคลองเตยยังรวมถึงการพัฒนาเชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน ทีมกรุงเทพฯ และการท่าเรือฯ วางแนวทางปรับพื้นที่บางส่วนให้เป็นโซนพาณิชย์ พื้นที่สีเขียว และที่อยู่อาศัยคุณภาพ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ทางเดินเท้า และพื้นที่สาธารณะใหม่ๆ
ควบคู่กับจัดสรรที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนเดิมให้การพัฒนาเป็นธรรม เป็นทั้งการสร้างเมืองใหม่ และออกแบบคลองเตยให้เติบโตไปพร้อมกับคนที่อยู่ที่นี่มานาน

บทบาทประชาชน กับการร่วมแก้ปัญหาท่าเรือคลองเตย
การพัฒนาท่าเรือคลองเตยให้ได้ผลจริงจำเป็นต้องอาศัย “พลังจากทุกภาคส่วน” โดยเฉพาะเสียงของคนในชุมชนที่อยู่มานาน ทีมกรุงเทพฯ ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและกลุ่มชุมชนคลองเตย เพื่อให้เข้าใจความต้องการและปัญหาจริงๆ เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย การจราจร และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วมลงทุนและสนับสนุนด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และการออกแบบเมืองสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Public – Private – Community Partnership (PPCP) เพื่อให้โครงการดำเนินต่อเนื่องและเกิดประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งหมดนี้นำไปสู่การสร้างโมเดล “เมืองท่าที่ยั่งยืน (Sustainable Port City)” ที่ผสมผสานระหว่างการขนส่งทันสมัย เมืองน่าอยู่ และชุมชนเข้มแข็ง ท่าเรือคลองเตยจึงเป็นได้ทั้งศูนย์กลางโลจิสติกส์ของไทย และต้นแบบของเมืองที่เติบโตอย่างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และผู้คน
ท่าเรือคลองเตยในอนาคต – โอกาสและความเป็นไปได้
อนาคตของท่าเรือคลองเตยกำลังเคลื่อนไปสู่การเป็น Smart Port หรือท่าเรืออัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบโลจิสติกส์ เช่น การใช้ระบบ IoT และ AI เพื่อติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ จัดการข้อมูลสินค้า และลดการใช้แรงงานคน นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับระบบขนส่งพลังงานสะอาด และใช้เทคโนโลยีจัดการสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่ท่าเรือ เพื่อก้าวสู่ท่าเรือสีเขียวจริงๆ
ในมิติการค้า ท่าเรือคลองเตยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงไทยกับภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเส้นทางการค้าระหว่างประเทศทางน้ำที่เชื่อมต่อไปยังท่าเรือใหญ่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม การพัฒนาให้เป็น Smart Port จะช่วยเพิ่มศักยภาพขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และดึงดูดการลงทุนได้
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต” การพัฒนาไม่ได้สนแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังคำนึงถึงการอยู่ร่วมกับชุมชน การลดมลพิษ และการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ท่าเรือคลองเตยกลายเป็นเมืองท่าที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองในอนาคต
สรุป
ท่าเรือคลองเตย คือท่าเรือกรุงเทพฯ พื้นที่สำคัญที่สะท้อนทั้งความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและความท้าทายในชีวิตของผู้คน การพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การยกระดับระบบโลจิสติกส์ แต่ยังหมายถึงการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของชาวคลองเตย การแก้ปัญหาไม่อาจทำได้โดยภาครัฐฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
มาร่วมกันออกแบบอนาคตเมือง เพราะถ้ากรุงเทพฯ เดินหน้าด้วยแนวคิด “ลงพื้นที่จริง ทำจริง และฟังเสียงประชาชน” ท่าเรือคลองเตยอาจไม่ใช่แค่ศูนย์กลางขนส่งสินค้าอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและเท่าทันโลกในอนาคต
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ท่าเรือคลองเตยกับแหลมฉบัง ต่างกันอย่างไร?
ท่าเรือคลองเตยตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เน้นการขนส่งภายในประเทศและภูมิภาค มีพื้นที่จำกัดและระบบโลจิสติกส์ที่เก่าแก่ ส่วนท่าเรือแหลมฉบังอยู่ในจังหวัดชลบุรี เป็นท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ของประเทศ รองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของไทย
ท่าเรือคลองเตยมีกี่ไร่?
ท่าเรือคลองเตยมีพื้นที่ประมาณ 944 ไร่ ครอบคลุมบริเวณถนนพระราม 4 ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์หลักของกรุงเทพฯ ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าทางน้ำมานานกว่า 80 ปี
การท่าเรือทำงานอะไร?
การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีหน้าที่บริหารจัดการและพัฒนาท่าเรือหลักของประเทศ เช่น คลองเตย แหลมฉบัง และท่าเรือภูมิภาค ดูแลด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า การรักษาความปลอดภัย รวมถึงการวางแผนพัฒนาท่าเรือให้ทันสมัยและแข่งขันได้ในระดับสากล
References
- Living Room. ปรับโฉมท่าเรือคลองเตยกว่า 2,000 ไร่ ให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่เทียบเท่าไอคอนสยาม. kobkid.com. Published 14 January 2019. Retrieved 10 November 2025.






