Table of Contents
Recent Post
ถนนทรงวาด จากย่านประวัติศาสตร์สู่แหล่งกินเที่ยวสุดฮิตของกรุงเทพฯ
ถนนทรงวาด จากย่านประวัติศาสตร์สู่แหล่งกินเที่ยวสุดฮิตของกรุงเทพฯ

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักถนนทรงวาดตั้งอยู่ในย่านสัมพันธวงศ์ ใกล้เยาวราช ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นถนนสายเก่าแก่ แหล่งรวมย่านวัฒนธรรม อาหาร ที่ผสมผสานเสน่ห์อดีตเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ป้ายรถเมล์ไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน กับการเปลี่ยนผ่านสู่ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ
ป้ายรถเมล์ไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน กับการเปลี่ยนผ่านสู่ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับป้ายรถเมล์อัจฉริยะ คือป้ายรถเมล์ที่นำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวก เช่น แสดงเวลา เส้นทางเดินรถ และข้อมูลการเดินทางเรียลไทม์ สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ทุกคน

สาเหตุโรคซึมเศร้าคืออะไร? สังเกตสัญญาณเตือน แนวทางการดูแลรักษา
สาเหตุโรคซึมเศร้าคืออะไร? สังเกตสัญญาณเตือน แนวทางการดูแลรักษา

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักกับสาเหตุโรคซึมเศร้าเกิดจากปัจจัยทางชีวภาพ สารเคมีในสมอง พันธุกรรม ทางจิตใจ ความเครียดสะสม ความกดดัน ความคาดหวัง ทางสังคม ครอบครัว การเรียน หรือการทำงาน

การฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คืออะไร? ขั้นตอนลงทะเบียน พร้อมแจกพิกัด
การฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คืออะไร? ขั้นตอนลงทะเบียน พร้อมแจกพิกัด

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปรู้จักการฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คือการใส่ชิปขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ใช้เป็นหมายเลขประจำตัวระบุตัวตน ช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลเจ้าของได้เมื่อสัตว์เลี้ยงหาย อ่านข้อมูลผ่านเครื่องสแกน

เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมแบบง่ายๆ อัปเดตสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริง!

บทความนี้ CHEEWID จะพาไปเช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมได้ผ่านเว็บไซต์ SSO แอปพลิเคชัน SSO Plus LINE @ssothai ผ่านโทรศัพท์ สำนักงานประกันสังคม หรือสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม
เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมแบบง่ายๆ อัปเดตสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริง!
Table of Contents

Key Takeaway

  • สิทธิ์ประกันสังคมคือสวัสดิการที่รัฐ นายจ้าง และลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบ เพื่อให้ลูกจ้างหรือผู้ประกันตนมีหลักประกันยามเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ทุพพลภาพ ชราภาพ และเสียชีวิต 
  • การเช็กสิทธิ์ก่อนใช้บริการช่วยให้รู้ว่าอยู่มาตราไหน ผูกกับโรงพยาบาลใด และมีสิทธิ์เบิกอะไรได้บ้าง เพื่อลดการสำรองจ่ายเกินจำเป็นและไม่เสียสิทธิ์
  • เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมได้ผ่านเว็บไซต์ ระบบออนไลน์ แอป SSO Plus LINE @ssothai สายด่วน 1506 รวมถึงสอบถามที่สำนักงานประกันสังคมหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ์ 
  • ผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 หรือ 40 แบ่งตามฐานะผู้ส่งเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ มาตรา 33 คือมนุษย์เงินเดือน มาตรา 39 คือคนลาออกแล้วส่งต่อเอง ส่วนมาตรา 40 คืออาชีพอิสระที่สมัครใจส่ง
  • สิทธิ์รักษาพยาบาลจะใช้ได้เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนและส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ถ้าขาดส่งหรือสถานะสิ้นสุด สิทธิ์บางอย่างอาจหยุดชั่วคราวหรือหายไป จึงควรเช็กสถานะการส่งเงินเป็นระยะ

 

หลายคนป่วยแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์รักษาอะไร ใช้ที่โรงพยาบาลไหน หรือค่ารักษาครอบคลุมอย่างไร จนบางครั้งก็ปล่อยผ่านไปเพราะยุ่งยากเกินไป ทั้งที่เรื่องนี้กระทบเงินในกระเป๋าไม่น้อยเลย การเช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมเดี๋ยวนี้ง่ายกว่าที่คิดมาก ทำได้ผ่านเว็บไซต์ SSO แอปพลิเคชัน SSO Plus LINE @ssothai ผ่านโทรศัพท์ ทำเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม หรือสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมก็ได้

แค่รู้ช่องทางและใช้เวลาไม่กี่นาที ก็รู้เลยว่าตัวเองผูกสิทธิ์การรักษาไว้กับโรงพยาบาลไหน มีสิทธิ์อะไรบ้าง ทำให้วางแผนเรื่องสุขภาพและค่าใช้จ่ายได้สบายใจกว่าเดิมเยอะ

 

สิทธิประกันสังคมคืออะไร? ทำไมต้องเช็กสิทธิ์ก่อนใช้บริการ

 

สิทธิประกันสังคมคืออะไร? ทำไมต้องเช็กสิทธิ์ก่อนใช้บริการ

สิทธิประกันสังคม คือสวัสดิการที่หักจากเงินเดือนเราทุกเดือน แล้วนำกลับมาคุ้มครองตอนเจ็บป่วย ท้อง คลอด เลิกจ้าง ว่างงาน ไปจนถึงเงินบำนาญตอนเกษียณ การเช็กสิทธิ์ก่อนใช้บริการ ช่วยให้ไม่เสียเงินเกินจำเป็น และรู้ว่าตัวเองต้องวางแผนการเงินระดับไหนในแต่ละช่วงชีวิต

 

ประกันสังคมช่วยอะไรเราได้บ้างในชีวิตประจำวัน?

  • ค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย ทั้งตรวจรักษา ผ่าตัด นอนโรงพยาบาล ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาลที่เลือก
  • ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร และเงินทดแทนรายได้กรณีลาคลอด
  • เงินชดเชยกรณีขาดรายได้จากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนหยุดงาน
  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน (ถูกเลิกจ้าง ลาออก) ตามเปอร์เซ็นต์เงินเดือนและระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ
  • เงินบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ เมื่อส่งครบตามเกณฑ์และอายุถึงตามที่กำหนด

 

ทำไมการเช็กสิทธิ์ประกันสังคมถึงสำคัญ?

  • รู้ว่าเราผูกกับโรงพยาบาลไหน จะได้ไปถูกที่ ไม่ต้องสำรองจ่ายโดยไม่จำเป็น
  • ตรวจสอบสถานะการส่งเงินสมทบได้ว่าถูกต้อง ส่งครบทุกเดือนหรือมีช่องโหว่ไหม เพราะอาจทำให้สิทธิ์บางอย่างขาดหายได้
  • วางแผนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าได้ เช่น เปลี่ยนโรงพยาบาลตามรอบ ปรับแผนรักษา หรือเตรียมเอกสารกรณีขอรับเงินทดแทนต่างๆ
  • ลดความเสี่ยงกรณีเสียสิทธิ์เพราะความไม่รู้ เช่น ขาดส่งสมทบเกินเกณฑ์ หรือไม่รู้ว่าต้องยื่นขอภายในเวลากี่วันหลังเกิดเหตุ

 

รวมช่องทางเช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคม

 

รวมช่องทางเช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคม

การเช็กสิทธิ์ประกันสังคมเดี๋ยวนี้ทำได้หลายแบบ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยเช็กสิทธิ์ประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชนเป็นหลัก ส่วนขั้นตอนจะต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละช่องทาง แต่ขั้นตอนเหมือนกันคือมีการยืนยันตัวตน เข้าระบบ และดูสิทธิ์  

1. ผ่านเว็บไซต์ SSO

  1. เข้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แล้วเลือกเมนูสำหรับผู้ประกันตน
  2. ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียน ให้สมัครสมาชิกด้วยเลขบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัว และยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่าน หรือ OTP ให้เรียบร้อย
  3. ล็อกอินเข้าสู่ระบบ จากนั้นเลือกเมนูตรวจสอบสิทธิ์ เช่น สิทธิ์การรักษาพยาบาล สถานพยาบาลที่ผูกสิทธิ์ หรือสถานะการส่งเงินสมทบ 
  4. ระบบจะแสดงข้อมูลสิทธิ์ปัจจุบันบนหน้าจอทันที 

2. ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus

  1. ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus
  2. ดาวน์โหลดแอป SSO Plus จาก App Store หรือ Play Store แล้วติดตั้งให้เรียบร้อย
  3. สมัครสมาชิกหรือผูกบัญชีด้วยเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และตั้งรหัสผ่าน ยืนยัน OTP ตามขั้นตอนในแอป
  4. ล็อกอินเข้าแอป จากนั้นเลือกเมนูตรวจสอบสิทธิ์ผู้ประกันตน หรือสิทธิ์รักษาพยาบาล 
  5. ระบบจะแสดงชื่อโรงพยาบาลและสถานะสิทธิ์ปัจจุบันให้ทันที  

3. ผ่าน LINE @ssothai

  1. เพิ่มเพื่อน LINE โดยค้นหาไอดี “@ssothai” หรือสแกน QR จากสื่อประชาสัมพันธ์ของประกันสังคม แล้วกด “เพิ่มเพื่อน”
  2. เข้าแชตกับบัญชีทางการ เลือกเมนูบริการสำหรับผู้ประกันตน
  3. กดเมนู “ตรวจสอบสิทธิ์” หรือเมนูใกล้เคียงตามที่ระบบแสดง
  4. กรอกเลขบัตรประชาชน และยืนยันตัวตนตามขั้นตอน 
  5. จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลสิทธิ์ เช่น โรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน และสถานะการเป็นผู้ประกันตนปัจจุบัน  

4. ติดต่อผ่านโทรศัพท์

  1. โทรสายด่วนประกันสังคม 1506 เลือกกด 1 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลสิทธิ์ผู้ประกันตน
  2. แจ้งเลขบัตรประชาชน ชื่อ – นามสกุล และข้อมูลยืนยันตัวตนอื่นๆ ตามที่เจ้าหน้าที่สอบถาม
  3. ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบสิทธิ์ เช่น โรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน สถานะการเป็นผู้ประกันตน หรือข้อมูลการส่งเงินสมทบ แล้วจดรายละเอียดสำคัญไว้

5. สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ

  1. เตรียมบัตรประชาชน (ตัวจริงหรือสำเนา) และเลขประกันสังคมของตัวเอง 
  2. จากนั้นไปที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสาขาใกล้บ้านในวันและเวลาราชการ
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ว่า “มาตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคมหรือสิทธิ์การรักษาพยาบาล” 
  4. พร้อมยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจในระบบ
  5. เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อมูลสิทธิ์ปัจจุบัน เช่น สถานะผู้ประกันตน โรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียน และการส่งเงินสมทบ 
  6. แนะนำให้จดชื่อโรงพยาบาลและข้อมูลสำคัญไว้ หรือถ่ายรูปหน้าจอ เอกสารที่เจ้าหน้าที่พิมพ์ให้เพื่อใช้ตอนเข้ารับการรักษา   

6. สถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม

  1. ติดต่อแผนกเวชระเบียนหรือห้องประกันสังคมของโรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนสิทธิ์ 
  2. แจ้งว่าต้องการเช็กสิทธิ์ประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชน
  3. เจ้าหน้าที่จะช่วยเช็กในระบบว่าเลขบัตรประชาชนผูกกับโรงพยาบาลนั้นไหม พร้อมแจ้งสถานะสิทธิ์ปัจจุบัน 
  4. ถ้ายังไม่ผูกกับที่นี่หรือมีปัญหาสิทธิ์ จะให้คำแนะนำขั้นตอนการเปลี่ยนหรือแก้ไข
  5. ถ้าสิทธิ์ถูกต้อง โรงพยาบาลจะออกบัตร สติกเกอร์ หรือให้ข้อมูลสำหรับใช้ยืนยันสิทธิ์ในครั้งถัดไป
  6. แนะนำให้จดหรือถ่ายรูปเก็บไว้ทุกครั้งเพื่อความสะดวกเวลาเข้ารับการรักษา  

 

เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมมาตรา 33, 39 และ 40 ต่างกันอย่างไร?

 

เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมมาตรา 33, 39 และ 40 ต่างกันอย่างไร?

สิทธิ์ประกันสังคม มาตรา 33, 39 และ 40 ต่างกันที่กลุ่มคนที่สมัครได้ วิธีส่งเงินสมทบ และสวัสดิการ การเช็กให้ถูกมาตราจึงสำคัญมาก เพราะถ้าดูผิดมาตรา อาจเข้าใจสิทธิ์ตัวเองผิด เช่น คิดว่ามีเงินว่างงานหรือสิทธิ์รักษาพยาบาลแบบเดียวกันทั้ง 3 มาตรา ทั้งที่จริงไม่เหมือนกันเลย!

มาตรา 33

มาตรา 33 คือสิทธิประกันสังคมสำหรับมนุษย์เงินเดือน หรือพนักงานที่เป็นลูกจ้างในบริษัทและองค์กรที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป อายุ 15 – 60 ปี ในวันเริ่มงาน และนายจ้างหักเงินส่งสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน 5% ของค่าจ้าง (ภายในเพดานที่กฎหมายกำหนด) ร่วมกับส่วนที่นายจ้างและรัฐสมทบให้ ทำให้คุ้มครองครอบคลุมทั้งเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน ชราภาพ และเสียชีวิตภายใต้มาตราเดียวกัน

 

วิธีเช็กสิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 33 

  1. เตรียมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเลขผู้ประกันตน (ถ้ามีในเอกสารเก่า) ไว้ใช้ยืนยันตัวตน
  2. เลือกช่องทางเช็กสิทธิ์ที่สะดวก เช่น เว็บไซต์ แอปของประกันสังคม LINE ทางการ โทรสายด่วน หรือสอบถามที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์
  3. เมื่อล็อกอินหรือยืนยันตัวตนแล้ว ตรวจดูให้ชัดว่า
    • สถานะขึ้นเป็น “ผู้ประกันตนมาตรา 33”
    • ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลอะไร และการส่งเงินสมทบล่าสุดเป็นเดือนไหน
    • ถ้าข้อมูลไม่ตรงกับสถานะจริง ควรติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อสอบถามและแก้ไขทันที    

มาตรา 39

มาตรา 39 คือสิทธิ์สำหรับคนที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้วลาออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน เคยส่งม.33 มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน อยากส่งต่อเอง เพื่อรักษาสิทธิ์ประกันสังคมไว้ เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ ต่างจาก ม.33 ตรงที่ไม่คุ้มครองกรณีว่างงาน จ่ายเงินสมทบแบบสมัครใจรายเดือนตามอัตราที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดในแต่ละช่วง 

 

วิธีเช็กสิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 39

  1. เตรียมเลขบัตรประชาชน และตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเคยเป็น ม.33 และสมัครเข้าสิทธิ์ ม.39 แล้ว เพราะถ้าไม่สมัครต่อ สิทธิ์จะไม่เปลี่ยนเป็น ม.39 อัตโนมัติ
  2. ใช้ช่องทางเดียวกับการเช็กสิทธิ์ประกันสังคม ม.33 เช่น เว็บไซต์ แอปประกันสังคม LINE สายด่วน หรือสอบถามที่ รพ.ตามสิทธิ์
  3. เมื่อล็อกอินและยืนยันตัวตนแล้ว ให้ดูที่ “สถานะผู้ประกันตน” ว่าระบุเป็น “มาตรา 39” ไหม
  4. ตรวจสอบเดือนล่าสุดที่ส่งเงินสมทบ ถ้าขาดส่งนานจนใกล้หลุดสิทธิ์ ควรรีบติดต่อประกันสังคมเพื่อเช็กเงื่อนไขรักษาสิทธิ์ตัวเอง 

มาตรา 40

มาตรา 40 คือสิทธิ์ประกันสังคมสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ เช่น ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า ไรเดอร์ หรือเกษตรกร ไม่ได้อยู่ใน ม.33 หรือ ม.39 อายุประมาณ 15 – 65 ปี และจ่ายเงินสมทบเองเป็นรายเดือนแบบสมัครใจ เลือกได้หลายทาง ยิ่งจ่ายสูง สิทธิประโยชน์ยิ่งครอบคลุม เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย ประสบอันตราย เงินทุพพลภาพ เงินสงเคราะห์บุตร ค่าทำศพ และบำเหน็จชราภาพ แต่ไม่รวมค่ารักษาพยาบาล เพราะยังใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้

 

วิธีเช็กสิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 40

  1. เตรียมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และตรวจสอบเบื้องต้นว่าไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 อยู่ในระบบ เพราะจะสมัคร ม.40 ซ้ำไม่ได้
  2. เข้าเช็กสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ แอปประกันสังคม หรือแพลตฟอร์มของพันธมิตรบางแห่ง ที่ให้บริการเช็กสิทธิ์ประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชน 
  3. กรอกเลขบัตรและข้อมูลตามที่ระบบร้องขอ​
  4. หลังยืนยันตัวตน ให้ดูที่ “สถานะผู้ประกันตน” ว่าระบุเป็น “มาตรา 40” ไหม 
  5. ตรวจสอบทางเลือกที่สมัคร (ทางเลือก 1, 2 หรือ 3) และเดือนล่าสุดที่จ่ายเงินสมทบ 
  6. ถ้าพบว่าขาดส่งเกินระยะเวลาที่กำหนดหรือสถานะสิทธิ์สิ้นสุด ควรติดต่อสำนักงานประกันสังคมหรือช่องทางบริการลูกค้าเพื่อสอบถามวิธีกลับเข้าระบบหรือสมัครใหม่ให้ถูกต้อง    

ประกันสังคมใช้สิทธิ์ได้เมื่อไร?

ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 เริ่มใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลได้เมื่อส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด สิทธิ์อื่นๆ เช่น เงินว่างงาน ชราภาพ หรือสงเคราะห์บุตร มีจำนวนเดือนที่ต้องส่งสมทบขั้นต่ำแยกต่างหากในรอบ 15 – 36 เดือนล่าสุด ขึ้นกับแต่ละสิทธิ์

การเปลี่ยนโรงพยาบาลหลักของประกันสังคมทำได้ตามรอบที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดแต่ละปี เมื่อยื่นเรื่องเปลี่ยนแล้ว สิทธิ์ที่โรงพยาบาลใหม่จะมีผลตามวันที่กำหนดในประกาศหรือใบยืนยัน เช่น ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไป ระหว่างนั้นยังใช้สิทธิ์กับโรงพยาบาลเดิมได้ปกติ

กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ทันที หลักการคือไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด เช่น 72 ชั่วโมงแรกในภาวะฉุกเฉินเข้าข่าย ก่อนส่งต่อเข้าระบบตามสิทธิ์ โดยทั่วไป ประกันสังคมไม่เน้นเบิกค่ารักษาย้อนหลัง ถ้าไปโรงพยาบาลนอกสิทธิ์ที่ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน ต้องสำรองจ่ายเอง เว้นแต่เข้าเงื่อนไขเฉพาะที่มีประกาศรองรับ  

 

เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

 

เช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

  • ตรวจข้อมูลพื้นฐานก่อน

เช็กว่าใส่เลขบัตรประชาชนถูกต้องไหม ลองเปลี่ยนเบราว์เซอร์ อุปกรณ์ หรือลองใหม่ภายหลัง เผื่อระบบล่มหรืออยู่ระหว่างปรับปรุง

 

  • ลองเช็กผ่านหลายช่องทาง

ถ้าเว็บไซต์หรือแอปมีปัญหา ลองใช้ช่องทางอื่น เช่น LINE โทรสายด่วน หรือสอบถามที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่คิดว่าเคยผูกไว้

 

  • โทรสอบถามสายด่วนประกันสังคม 1506

เตรียมบัตรประชาชน แล้วโทร 1506 (24 ชั่วโมง) ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจว่าในระบบขึ้นชื่อเป็นผู้ประกันตนไหม อยู่มาตราไหน และมีปัญหาอะไรบ้าง

 

  • ติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง

ถ้าเจ้าหน้าที่แจ้งว่าข้อมูลไม่ครบ ขาดส่งสมทบ หรือมีปัญหาสถานะผู้ประกันตน ให้ไปที่สำนักงานประกันสังคมพร้อมบัตรประชาชน หลักฐานการทำงาน แล้วขอแก้ไขข้อมูลหรือยืนยันสิทธิ์

 

  • ตรวจสอบกับฝ่ายบุคคลของที่ทำงาน (กรณี ม.33)

ถ้าเป็นพนักงานประจำ ให้ถาม HR ว่าเริ่มแจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ตั้งแต่เดือนไหน และส่งเงินสมทบเรียบร้อยไหม เพื่อใช้ประกอบการคุยกับประกันสังคมอีกครั้ง    

สิทธิ์รักษาพยาบาลประกันสังคมครอบคลุมอะไรบ้าง

  • ตรวจรักษาพยาบาลทั่วไป ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์รักษาประกันสังคม ครอบคลุมค่าตรวจ วินิจฉัย ค่ายา ค่าห้อง และค่าอาหารตามเพดานที่กำหนด
  • รักษากรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ สามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ และโดยหลักการจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงเวลาที่กำหนด ก่อนส่งต่อเข้าระบบตามสิทธิ์​
  • รักษาโรคเรื้อรังหรือโรคหนัก เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง (รวมถึงการฟอกไต) และโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามรายการโรคที่กองทุนกำหนด​
  • ทันตกรรมขั้นพื้นฐาน เช่น อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และฟันปลอมถอดได้ ภายใต้วงเงินต่อครั้ง ต่อปีที่ระบุไว้ (ตามเพดานที่อัปเดตในแต่ละปี)​
  • ค่ารักษากรณีทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนสูญเสียความสามารถในการทำงาน มีทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินทดแทนบางส่วน ถ้าส่งสมทบครบตามเกณฑ์เดือนขั้นต่ำก่อนเกิดภาวะทุพพลภาพ
  • ค่าใช้จ่ายกรณีจำเป็นต้องตรวจพิเศษ เช่น เอกซเรย์ ตรวจเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ หรือตรวจภาพขั้นสูง เช่น CT, MRI มีวงเงินจำกัดต่อครั้ง ต่อรายการตามเกณฑ์ที่ประกาศ 

วิธีเลือกและเปลี่ยนสถานพยาบาลประกันสังคมให้เหมาะสม

  • เลือกจากความสะดวกในการเดินทาง
    เลือกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่ทำงานหรือที่พักจริงในชีวิตประจำวัน เผื่อกรณีเจ็บป่วยกะทันหันจะได้ไปถึงง่าย ไม่ต้องเดินทางไกลหรือเจอรถติดหนัก

 

  • ดูศักยภาพและบริการของโรงพยาบาล
    เช็กว่าโรงพยาบาลมีแผนกสำคัญที่ใช้บ่อย เช่น อายุรกรรม สูติ – นรีเวช กุมารเวช ฉุกเฉิน และคลินิกเฉพาะทางที่เราหรือคนในครอบครัวน่าจะต้องใช้ เช่น เบาหวาน ความดัน จิตเวช ตา หรือออร์โธปิดิกส์

 

  • เช็กคิวและบรรยากาศการบริการ
    ถ้ามีรีวิวหรือคนรอบตัวเคยใช้ ให้ถามเรื่องคิวคนไข้ ความรวดเร็ว และการบริการโดยรวม เพราะบางแห่งใกล้แต่รอนานมาก ก็อาจไม่ตอบโจทย์

 

  • เช็กว่าอยู่ในรายชื่อคู่สัญญาประกันสังคมปีล่าสุด
    ก่อนเลือกหรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ควรดูรายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคมของปีนั้นๆ เพราะรายชื่อเปลี่ยนได้ทุกปี แต่ละแห่งมีโควตารับผู้ประกันตนจำกัด

 

  • ใช้ช่องทางออนไลน์เปลี่ยนเพื่อลดเวลา
    เมื่อเลือกโรงพยาบาลใหม่ได้แล้ว ให้ใช้ช่องทางออนไลน์ในช่วงรอบเวลาที่เปิดให้เปลี่ยน เพื่อลดการเดินเรื่องหน้าสำนักงาน เก็บหลักฐานหน้าจอและข้อความยืนยันไว้เสมอ

 

  • วางแผนเผื่ออนาคต ไม่ดูแต่ปัจจุบัน
    คิดถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ตั้งครรภ์ มีลูกเล็ก หรือเริ่มมีโรคประจำตัว ว่าโรงพยาบาลที่เลือกสามารถรองรับได้ดีไหม เพื่อไม่ต้องย้ายสิทธิ์บ่อยโดยไม่จำเป็น

 

ผู้ประกันตนในกรุงเทพฯ กับบริการสุขภาพกว่า 60 สถานพยาบาล

 

ผู้ประกันตนในกรุงเทพฯ กับบริการสุขภาพกว่า 60 สถานพยาบาล

กรุงเทพฯ ถือเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกันตนมีตัวเลือกโรงพยาบาลหนาแน่นที่สุด ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลสังกัด กทม. และโรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญา ทำให้เข้าถึงบริการตั้งแต่โรคทั่วไป ไปจนถึงโรคซับซ้อนและฉุกเฉินได้ค่อนข้างครบในเมืองเดียว 

ระบบประกันสังคมเองก็ผูกกับโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนกว่า 60 แห่งในเขตกรุงเทพฯ (ในภาพรวมประเทศมีคู่สัญญา 271 แห่ง แบ่งเป็นรัฐ 174 และเอกชน 97 แห่ง) ทำให้มีทางเลือกเยอะ

 

  • โรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์ใน กทม. มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีมสหสาขาวิชาชีพ และความพร้อมด้านเครื่องมือสำหรับโรคยาก โรคซับซ้อน ต้องแลกมากับคนไข้อาจหนาแน่น รอคิวนาน และระบบการนัดหมายซับซ้อนกว่า แต่ถ้ามองในแง่มาตรฐานทางการแพทย์ ถือว่าน่าเชื่อถือมาก

 

  • โรงพยาบาลเอกชนในเครือประกันสังคม บริการรวดเร็ว ระบบคิวกระชับกว่า และบรรยากาศที่เป็นมิตรกว่า แต่การรักษาโรคซับซ้อนจะอยู่ภายใต้เพดานจ่ายค่ารักษาของประกันสังคมและข้อตกลงคู่สัญญา ทำให้บางเคสอาจถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลรัฐที่รักษาต่อได้ครบกว่า​

 

คำแนะนำการเข้ารับบริการสำหรับผู้ประกันตนในกรุงเทพฯ

  • เลือกโรงพยาบาลตามสิทธิ์ให้ใกล้ที่อยู่ เช่น ใกล้ที่ทำงานสำหรับเคสฉุกเฉินกลางวัน และดูว่ามีแผนกเฉพาะทางที่เราน่าจะใช้บ่อยไหม
  • เช็กสิทธิ์ก่อนทุกครั้งว่าเราอยู่ ม.33 / 39 / 40 และขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลไหน รวมถึงจำรอบเปลี่ยนสถานพยาบาล (ปีละ 1 ครั้ง ผ่านช่องทางออนไลน์) เพื่อวางแผนเปลี่ยนให้ดี
  • กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือโรคทั่วไป สามารถใช้โรงพยาบาลตามสิทธิ์ได้เลย แต่ถ้าอาการฉุกเฉินวิกฤต ให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน แล้วให้โรงพยาบาลช่วยประสานสิทธิ์ประกันสังคมและระบบส่งต่อภายหลัง

สรุป

สิทธิ์ประกันสังคมคือ เงินที่เราจ่ายไปทุกเดือนแล้วถูกเปลี่ยนเป็นสวัสดิการ ทั้งการใช้สิทธิประกันสังคมรักษาพยาบาล เงินทดแทนรายได้ เงินคลอดบุตร ว่างงาน และชราภาพ เป็นสิทธิ์ที่ควรใช้ให้เต็มที่ ไม่ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ การเช็กสิทธิ์บัตรประกันสังคมสม่ำเสมอผ่านช่องทางออนไลน์ แอป สายด่วน หรือที่สถานพยาบาล ช่วยให้รู้สถานะผู้ประกันตน โรงพยาบาลตามสิทธิ์ และการส่งเงินสมทบว่าครบไหม 

เมื่อรู้สิทธิ์ของตัวเองจะช่วยวางแผนเรื่องสุขภาพ การรักษาโรคใหญ่ๆ การตั้งครรภ์ หรือเหตุไม่คาดฝันได้ดีขึ้น ลดโอกาสเสียสิทธิ์ เสียเงินเกินจำเป็น และทำให้มั่นใจได้ว่ามี “ระบบรองรับ” อยู่ข้างหลังในทุกช่วงเวลาของชีวิต

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

เช็กสิทธิ์ประกันสังคมแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้โรงพยาบาลอะไรได้?

เมื่อเช็กสิทธิ์ผ่านเว็บ แอป SSO Plus LINE @ssothai หรือสายด่วน ระบบจะแสดงชื่อ “สถานพยาบาลตามสิทธิ์” เช่น ชื่อโรงพยาบาลและสาขา ชื่อโรงพยาบาลที่ขึ้นในหน้าข้อมูลสิทธิ์ คือที่ที่คุณใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลประกันสังคมได้เป็นหลักในกรณีเจ็บป่วยทั่วไป

เช็กสิทธิ์ประกันสังคมดูสิทธิ์ทำฟัน ทำอย่างไร?

เข้าเว็บหรือแอป SSO Plus แล้วดูในหัวข้อสิทธิประโยชน์หรือการรักษาพยาบาล จะมีระบุวงเงินทันตกรรม (อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน) ต่อปีและยอดที่ใช้ไปแล้ว ถ้าไม่เห็นรายละเอียด ให้โทร 1506 หรือสอบถามโรงพยาบาลและคลินิกที่เข้าร่วม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจยอดใช้สิทธิ์ทันตกรรมให้

อยากรู้ยอดเงินสะสม เงินสมทบประกันสังคม ต้องเช็กที่ไหน?

สามารถดูยอดเงินสมทบและเงินสะสมในระบบประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ สปส. หรือแอป SSO Plus ในเมนู “ข้อมูลการจ่ายเงินสมทบหรือเงินกองทุนชราภาพ” ระบบจะแสดงยอดที่นายจ้าง – ลูกจ้างส่งแต่ละเดือนและยอดรวมที่สะสมไว้ ช่วยให้วางแผนเกษียณได้ดีขึ้น

เช็กสิทธิ์ประกันสังคม กรณีว่างงาน ต้องทำอย่างไร?

หลังถูกเลิกจ้างหรือลาออก ให้เช็กสถานะผู้ประกันตนว่ายังเป็น ม.33 อยู่หรือเปลี่ยนเป็นสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ดูเงื่อนไขสิทธิ์รับเงินกรณีว่างงาน (จำนวนเดือนที่ส่งสมทบและสาเหตุการว่างงาน) จากนั้นลงทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงานกับประกันสังคมและจัดการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนผ่านเว็บหรือสำนักงานตามขั้นตอน

เช็กสิทธิ์ประกันสังคมให้คนอื่น ทำได้ไหม?

ต้องเช็กสิทธิ์ประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชน และบางช่องทางต้องยืนยันตัวตนด้วย OTP ดังนั้น ตามหลักเจ้าตัวควรเป็นคนทำเอง หรือยินยอมให้คนใกล้ชิดช่วยเช็ก ถ้าเป็นกรณีผู้ปกครองดูแลบุตร ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่ทำเองไม่ได้ ควรนำบัตรประชาชนและเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมหรือโรงพยาบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ

 

References

  1. โรงพยาบาลวัฒนแพทย์สมุย. เช็กสิทธิประกันสังคม (ของตัวเอง) ง่ายๆ. samuihospital.com. Retrieved 17 December 2025.

องค์กรเพื่อสังคมที่เกี่ยวข้อง

banner - กสศ
logo - กสศ

กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เราสนับสนุนช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เสริมสร้าง พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู
logo - มูลนิธิไทยรัฐ

มูลนิธิไทยรัฐ

เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการศึกษา และช่วยเหลือกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจนและนักเรียนดีเด่นทั่วไป ส่งเสริมการศึกษา และค้นคว้าวิจัยงานหนังสือพิมพ์ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อเด็กๆ

banner - sos เด็กโสสะ

มูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทยฯ

เราช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ขาดญาติมิตร ในรูปแบบของครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตัวเองได้ไม่เป็นภาระต่อสังคม