Key Takeaway
- ไมโครชิปคือชิปขนาดเล็กฝังใต้ผิวหนัง ใช้เป็นหมายเลขประจำตัวสัตว์เลี้ยง เชื่อมกับฐานข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานสแกนแล้วรู้ว่าเจ้าของเป็นใครเมื่อน้องพลัดหลง
- การฝังไมโครชิปช่วยแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงหลุดหายและสัตว์จร ทำให้แยกสัตว์ที่มีเจ้าของออกจากสัตว์ไร้บ้าน เพิ่มโอกาสพากลับบ้านและสนับสนุนนโยบายจัดการสัตว์ของภาครัฐ
- ข้อดีคือระบุตัวตนได้ถาวร ไม่หลุดหายเหมือนปลอกคอ ใช้ได้ตลอดชีวิต และช่วยยืนยันตัวตนเวลาเจอสัตว์หลงทาง ส่วนข้อจำกัดคือไม่ใช่ GPS ต้องใช้เครื่องสแกนอ่าน และต้องอัปเดตข้อมูลเจ้าของอยู่เสมอ
- ฝังไมโครชิปได้ที่คลินิกสัตวแพทย์เอกชน โรงพยาบาลสัตว์ และโครงการภาครัฐหรือกทม. โดยภาคเอกชนคิดค่าบริการประมาณหลักร้อยถึงพันบาทต่อหนึ่งตัว ขณะที่ กทม. มีโครงการฝังชิปและจดทะเบียนฟรีเป็นช่วงๆ
- ก่อนฝังควรเช็กอายุและสุขภาพเบื้องต้นของสัตว์เลี้ยง เตรียมเอกสาร เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเลขไมโครชิป สำหรับใช้ขึ้นทะเบียน พร้อมลงทะเบียนจองคิวตามช่องทางที่หน่วยงานหรือคลินิกกำหนด
บนโซเชียลมีเดีย ข่าวสุนัขหรือแมวพลัดหลงโผล่ขึ้นบนหน้าฟีดให้เห็นแทบทุกวัน เจ้าของโพสต์ตามหาด้วยความหวังว่าคนจะช่วยแจ้งเบาะแส แต่ในความเป็นจริง การตามหาสัตว์เลี้ยงกลับมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาใช้ไมโครชิป ตัวช่วยจิ๋วที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ครั้งใหญ่ได้
การฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คือการใส่ชิปขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นหมายเลขประจำตัวที่สามารถตรวจสอบข้อมูลเจ้าของผ่านเครื่องสแกนได้ทันที ถ้าวันหนึ่งสัตว์เลี้ยงเราหลงทาง สิ่งนี้อาจกลายเป็นตัวนำทางสำคัญที่พาพวกเขากลับบ้านได้อีกครั้ง
ไมโครชิป คืออะไร?
หลักการทำงานของไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
- ไมโครชิปคือชิปขนาดเล็กประมาณเท่าเมล็ดข้าว ฝังไว้ใต้ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง (บริเวณไหล่ซ้าย)
- ไมโครชิปไม่มีระบบ GPS หรือสัญญาณไร้สายในตัวเอง
- การอ่านข้อมูลทำได้ผ่านเครื่องสแกน ที่คลื่นวิทยุจะกระตุ้นให้ชิปส่งรหัสออกมา
- เมื่ออ่านรหัสได้ จะตรวจสอบข้อมูลเจ้าของจากฐานข้อมูลที่เชื่อมไว้
ข้อมูลที่บันทึกอยู่ในไมโครชิป
- หมายเลขประจำตัวของสัตว์ ไม่สามารถลบหรือเปลี่ยนได้
- ข้อมูลเจ้าของ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์
- ไม่ได้เก็บข้อมูลสุขภาพหรือประวัติการรักษาโดยตรง
ความแตกต่างระหว่างไมโครชิปกับ GPS ติดปลอกคอ
- ไมโครชิป ฝังใต้ผิวหนัง อยู่ถาวร ระบุตำแหน่งไม่ได้ แต่ช่วยยืนยันตัวตนเมื่อพบสัตว์เลี้ยง
- GPS ติดที่ปลอกคอ ระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์ แต่ต้องชาร์จแบตและอาจหลุดหายได้
- ไมโครชิปเหมาะกับการ “ยืนยันตัวตนเมื่อเจอแล้ว” ส่วน GPS เหมาะกับการ “ติดตามตำแหน่งขณะหาย”

ทำไมถึงต้องฝังไมโครชิปให้สัตว์เลี้ยง
แก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงพลัดหลงในเมืองใหญ่
ถ้าสัตว์ที่หลุดออกจากบ้านไปนานๆ จะถูกมองว่าเป็นสัตว์จรจัด เพิ่มภาระให้ศูนย์พักพิงและองค์กรดูแลสัตว์รับไปเลี้ยงหรือหาบ้านใหม่ การฝังไมโครชิปช่วยให้สัตวแพทย์หรือหน่วยงานที่เก็บสัตว์ได้ สามารถสแกนหมายเลขแล้วเชื่อมเข้าสู่ฐานข้อมูลเจ้าของ ลดโอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะถูกปะปนไปกับสุนัขหรือแมวจรจัดในระยะยาว
ช่วยเพิ่มโอกาสได้สัตว์เลี้ยงคืน
ถ้าสัตว์เลี้ยงหลงทางแล้วมีคนพาไปส่งที่คลินิกหรือศูนย์ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่สามารถใช้เครื่องสแกนอ่านไมโครชิปเพื่อดึงหมายเลขประจำตัวและติดต่อเจ้าของได้เลย หลายประเทศรายงานว่าสุนัขและแมวที่ฝังไมโครชิปมีโอกาสถูกส่งคืนเจ้าของสูงกว่าสัตว์ที่ไม่ได้ฝังหลายเท่า เพราะข้อมูลติดต่ออยู่ในฐานข้อมูลอยู่แล้ว หน่วยงานสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงเจ้าของเดิมได้ ช่วยกดดันให้คนรับผิดชอบและลดปัญหาปล่อยสัตว์ทิ้งไว้ได้
ช่วยจัดการสัตว์ในระดับเมือง
การฝังไมโครชิปแมวหรือสุนัขแก้ปัญหาสัตว์จรจัดและควบคุมโรค เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ทำให้ภาครัฐเห็นภาพจำนวนสัตว์เลี้ยงในระบบ ช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบว่าเจ้าของดูแลสัตว์ตามกติกาไหม เช่น การฉีดวัคซีน ควบคุมจำนวนสัตว์ในที่อยู่อาศัย และปล่อยสัตว์ออกมารบกวนเพื่อนบ้าน
และยังช่วยให้การวางนโยบาย เช่น โครงการทำหมัน ลดจำนวนสัตว์จร หรือแผนจัดการพื้นที่สาธารณะสำหรับสัตว์เลี้ยงมีประสิทธิภาพและวัดผลได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ข้อดีและข้อจำกัดของการฝังไมโครชิป
ข้อดี
- ระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงได้ถาวร ไม่สามารถปลอมแปลง
- ไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดหายได้เหมือนปลอกคอหรือป้ายชื่อ
- ชิปมีอายุการใช้งานยาวนาน ใช้ได้ตลอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง
- ช่วยให้หน่วยงานและสัตวแพทย์ตรวจสอบข้อมูลเจ้าของได้เร็วเมื่อพบสัตว์หลง
ข้อจำกัด
- ไมโครชิปไม่ใช่ระบบ GPS จึงไม่สามารถระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์ได้
- จำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลเจ้าของให้เป็นปัจจุบันเสมอ เพื่อให้การติดต่อราบรื่น
- ต้องใช้เครื่องอ่านเฉพาะในการสแกนข้อมูล
- ถ้าไม่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่ถูกต้อง อาจไม่สามารถค้นหาข้อมูลเจ้าของได้ทันที

ฝังไมโครชิปอันตรายไหม? สัตว์เลี้ยงเจ็บหรือไม่
การฝังไมโครชิปไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ปลอดภัยเพราะทำโดยสัตวแพทย์ สัตว์จะรู้สึกเจ็บแค่เล็กน้อย คล้ายๆ ตอนฉีดวัคซีน ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือวางยา สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังทำเสร็จ
ขั้นตอนการฝังไมโครชิป
- สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพเบื้องต้นและเลือกจุดฝัง ส่วนใหญ่เป็นบริเวณไหล่ซ้าย
- ใช้เครื่องมือและเข็มเฉพาะสำหรับฝังไมโครชิปภายใต้ผิวหนัง
- ตรวจสอบด้วยเครื่องสแกนเพื่อยืนยันว่าชิปทำงานได้ปกติ
- บันทึกหมายเลขไมโครชิปและข้อมูลเจ้าของเข้าสู่ฐานข้อมูล
- ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที และสามารถพาสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้ทันที
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้
- อาจมีอาการบวม แดง หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฝังชั่วคราว
- บางกรณีสัตว์อาจพยายามเกาบริเวณนั้น แต่จะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
- โอกาสติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนมีน้อยมาก ถ้าทำโดยสัตวแพทย์
- ควรสังเกตอาการหลังฝัง ถ้าบวมแดงนานผิดปกติให้พาไปให้สัตวแพทย์ตรวจอีกครั้ง

รู้จักโครงการ “กทม. เติมความสุขให้สุนัขและแมว”
โครงการ “กทม. เติมความสุขให้สุนัขและแมว” เป็นหนึ่งในนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ที่มองว่าการดูแลเมืองไม่ได้มีแค่คน แต่ต้องใส่ใจชีวิตสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกันด้วย กทม. นำการฝังไมโครชิปสุนัขและแมว รวมถึงการขึ้นทะเบียนมาเป็นเครื่องมือจัดการปัญหาสัตว์จร และสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์
โครงการนี้ให้บริการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสุนัขและแมวฟรี ผ่านคลินิกสัตวแพทย์ กทม. และจุดบริการเคลื่อนที่ เช่น สำนักงานเขตดินแดง (ที่เก่า) และร่วมกับภาคเอกชน กลุ่มเป้าหมายบริการฝังไมโครชิปฟรี กทม. คือเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ
โครงการนี้ได้รับความสนใจมาก เพราะช่วยลดจำนวนสัตว์จรจัดจากการแยกสัตว์ที่มีเจ้าของออกจากสัตว์ไร้บ้านได้ และสร้างฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงระดับเมืองที่ใช้ควบคุม ติดตาม และช่วยเหลือสัตว์หลงได้ นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนการรณรงค์ฉีดวัคซีนและทำหมันฟรีในหลายกิจกรรม ทำให้ภาพรวมความปลอดภัยเรื่องโรคและความเป็นระเบียบของเมืองดีขึ้น ไปพร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตของทาสหมาทาสแมวในกรุงเทพฯ

ฝังไมโครชิปที่ไหนได้บ้าง ราคาเท่าไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
สถานที่ให้บริการ
- คลินิกสัตวแพทย์เอกชนทั่วไป ที่มีบริการฝังไมโครชิปและออกใบรับรองสำหรับขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
- โรงพยาบาลสัตว์ ทั้งของเอกชนและเครือข่ายที่มีแพ็กเกจฝังไมโครชิปพร้อมบริการเอกสารขึ้นทะเบียน
- คลินิกสัตวแพทย์ กทม. และโครงการภาครัฐหรือหน่วยเคลื่อนที่ ให้บริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนฟรีตามช่วงเวลาที่กำหนด
ขั้นตอนการลงทะเบียน
- พาสุนัขหรือแมวไปฝังไมโครชิปและรับใบรับรองการฝังไมโครชิป (ใบ คสล.1) จากสัตวแพทย์
- เตรียมเอกสาร เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารยินยอมเจ้าของสถานที่ (ถ้าเช่า) และเลขไมโครชิปให้ครบ
- ยื่นคำขอจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง (ใบ คสล.2) ผ่านช่องทางออนไลน์ของ กทม. หรือยื่นที่สำนักงานเขต คลินิก กทม. หรือหน่วยเคลื่อนที่
- รออนุมัติและรับบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง (ใบ คสล.3) เพื่อใช้ยืนยันการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ราคาโดยประมาณ
- ภาคเอกชน ค่าฝังไมโครชิปอยู่ประมาณ 300 – 1,000 บาท ต่อหนึ่งตัว ขึ้นอยู่กับยี่ห้อชิปและค่าบริการของคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์
- กทม. และโครงการภาครัฐ มีบริการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสุนัขและแมวฟรีให้กับคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ ตามช่วงเวลาหรือโควตาที่กำหนดในแต่ละโครงการ
วิธีการเตรียมตัว
- เช็กอายุสัตว์เลี้ยง ส่วนใหญ่ฝังได้ตั้งแต่ยังเล็กเมื่อสัตว์แข็งแรงดี เพื่อลดโอกาสพลัดหลงโดยไม่มีตัวตน
- เช็กสุขภาพเบื้องต้นของสัตว์เลี้ยง ถ้ามีอาการป่วยรุนแรงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเลื่อนนัดหรือประเมินความพร้อม
- เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เลขไมโครชิป ใบ คสล.1 และลงทะเบียนจองคิวผ่านแอปหรือช่องทางที่หน่วยงานกำหนดให้เรียบร้อย
สรุป
การฝังไมโครชิปช่วยระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงได้ตลอดชีวิต แม้จะไม่มีระบบระบุตำแหน่งเหมือน GPS แต่ช่วยให้คลินิกหรือหน่วยงานสแกนรู้ว่าสัตว์เป็นของใคร ทำให้แยกสัตว์ที่มีเจ้าของออกจากสัตว์จรจัด และช่วยลดภาระของสังคมได้มาก ไมโครชิปจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นพื้นฐานความรับผิดชอบของเจ้าของ ที่ทำควบคู่ไปกับนโยบายขึ้นทะเบียนและโครงการฝังชิปสัตว์เลี้ยงฟรีจากภาครัฐและ กทม. เพื่อสร้างเมืองที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ซื้อไมโครชิปมาฝังเองได้ไหม?
ไม่ควรทำเองและไม่ปลอดภัย เพราะการฝังไมโครชิปต้องใช้เข็มเฉพาะและทำโดยสัตวแพทย์เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ การฝังผิดตำแหน่ง และต้องมีใบรับรองใช้ขึ้นทะเบียนด้วย
ฝังไมโครชิปแล้ว ดูพิกัด GPS ได้ไหม?
ไม่ได้ ไมโครชิปเป็นแค่รหัสประจำตัวที่ต้องใช้เครื่องสแกนอ่าน ไม่สามารถระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์เหมือนอุปกรณ์ติดตาม GPS ถ้าอยากดูพิกัดต้องใช้ปลอกคอหรืออุปกรณ์ GPS แยกต่างหาก
เช็กเลขไมโครชิปสุนัขออนไลน์ ได้ที่เว็บไหน?
สามารถตรวจสอบเลขไมโครชิปและข้อมูลในฐานข้อมูลเอกชนได้ที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการ เช่น Pettrac Thai หรือฐานข้อมูลทะเบียนสัตว์เลี้ยงของ กทม. สำหรับสัตว์ที่จดทะเบียนแล้ว
วิธีสแกนไมโครชิปด้วยมือถือ ทำได้ไหม?
ทำไม่ได้ เพราะไมโครชิปใช้เทคโนโลยี RFID ต้องใช้เครื่องอ่านไมโครชิปเฉพาะทาง ไม่สามารถใช้มือถือทั่วไปสแกนแทนได้ ถ้าอยากเช็กให้พาไปที่คลินิกสัตวแพทย์หรือหน่วยงานที่มีเครื่องสแกน
ลูกแมว ลูกหมา ฝังไมโครชิปได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?
แนะนำให้ฝังได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6 – 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือนขึ้นไป เมื่อสุขภาพแข็งแรงและน้ำหนักประมาณ 500 กรัมขึ้นไป และต้องฝังให้เสร็จภายใน 120 วันหลังเกิดตามเกณฑ์ กทม.
ตำแหน่งที่ฝังไมโครชิป อยู่ตรงไหนของตัว?
โดยปกติจะฝังบริเวณช่วงไหล่หรือหลังคอ ระหว่างสะบักทั้งสองข้างใต้ผิวหนัง เพื่อให้ชิปอยู่ในตำแหน่งคงที่และสแกนได้ง่ายเวลาใช้เครื่องอ่าน
จะพาแมวไปต่างประเทศ ต้องฝังไมโครชิปก่อนกี่เดือน?
หลายประเทศกำหนดให้ฝังไมโครชิปก่อนฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า และต้องทำล่วงหน้าหลายเดือนก่อนเดินทาง ดังนั้น ควรตรวจข้อกำหนดประเทศปลายทาง แต่ทั่วไป ควรเตรียมตัวอย่างน้อย 3 – 6 เดือนก่อนเดินทาง
กฎหมายบังคับฝังไมโครชิปแมว สุนัข เริ่มเมื่อไร?
ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของ กทม. กำหนดให้จดทะเบียนและฝังไมโครชิปมีผลใช้ตั้งแต่ 10 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีช่วงผ่อนผันให้รีบฝังชิปสัตว์เลี้ยงและจดแจ้งภายในเวลาที่กำหนด
ถ้าไม่ฝังไมโครชิปผิดกฎหมายไหม มีโทษปรับเท่าไร?
เมื่อกฎหมายมีผล เจ้าของสุนัขและแมวในกรุงเทพฯ ที่ไม่จดทะเบียนและไม่ฝังไมโครชิปตามข้อบัญญัติอาจมีโทษปรับ (อัตราปรับขึ้นกับการประกาศใช้จริงของ กทม.) จึงควรรีบดำเนินการตามกำหนดเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายและเพื่อสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงเอง
ย้ายทะเบียนบ้าน ต้องแจ้งเปลี่ยนข้อมูลไมโครชิปที่ไหน?
ควรแจ้งเปลี่ยนที่อยู่กับทั้งฐานข้อมูลผู้ให้บริการไมโครชิป และฐานข้อมูลทะเบียนสัตว์เลี้ยงของ กทม. เพื่อให้ข้อมูลติดต่อเจ้าของอัปเดตเสมอ กรณีสัตว์หลงทางจะได้ติดต่อกลับถูก
References
- กรุงเทพธุรกิจ. ฟรี! ไมโครชิปหมา-แมว ก่อน 10 ม.ค. 69 กทม. เร่งจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง. bangkokbiznews.com. Published 4 December 2025. Retrieved 20 January 2026.






